เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา จรวด BM21 ที่กัมพูชายิงเข้ามาในฝั่งไทย คาดมีหลงเหลืออยู่ หลังชาวบ้านพบความผิดปกติในไร่ เผยต้องระวังเพราะฝนตกดินกลบจะมองไม่เห็น
เมื่อวันที่ 3 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงแม้สถานการณ์การปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาจะยุติลงแล้วก็ตาม แต่หน่วยงานราชการยังไม่ให้ผู้อพยพกลับเข้าบ้านทั้งหมด เพราะยังไม่มีความมั่นใจเนื่องจากทหารกัมพูชายังไม่ถอนกำลัง จากแนวชายแดน
ขณะที่ตำรวจหน่วย EOD ยังคงทำงานอย่างหนัก เพราะต้องเข้าไปค้นหาจุดต้องสงสัยที่ลูกจรวด BM 21 ตกตามชุมชน เบื้องต้นเก็บกู้ลูกจรวด BM 21 ที่ตกตามหมู่บ้านได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่กลับมีชาวบ้านแจ้งเข้าไปยังหน่วย EOD อย่างต่อเนื่องว่า พบมีความผิดปกติตามไร่นาของเกษตรกร
เจ้าหน้าที่จะต้องใช้อุปกรณ์ค้นหาตามจุดที่เกษตรกรแจ้งมา แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเป็นนาข้าว ซึ่งปกติก็มักจะเป็นหลุมมีน้ำขังอยู่แล้ว ประกอบกับเป็นฤดูฝน จะไม่ทราบว่าหลุมที่เกิดเป็นหลุมอะไร
นายกิตติกร ลอยประโคน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านโคกงิ้ว ต. บ้านกรวด กล่าวว่า ลูกจรวด BM 21 มาตกในหมู่บ้านขณะนี้นับได้ 13 ลูก จากทั้งหมด 240 ลูก ที่ตกในตำบลและตรวจพบ แต่ยังไม่แน่ใจว่านอกหมู่บ้านแล้ว จะไปตกตามทุ่งนามากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะไร่อ้อยของเกษตรกร จะมีลักษณะเป็นป่าทึบ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่จะไม่ได้เข้าไปอยู่แล้ว มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะตกตามนาข้าวหรือไร่อ้อย แต่ยังหาไม่พบ
ด้านนายชาติชาย ศรีสะนอก เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การสู้รบที่ผ่านมา ตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนมายืนยันว่า เขมรยิงมากี่ลูก แล้วตกที่ไหนบ้าง ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะพบแล้วไปแจ้งเจ้าหน้าที่
“สิ่งที่น่าเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้ส่วนตัวมองว่า ช่วงนี้เป็นฤดูฝนนาข้าวของเกษตรกรจะมองได้ยากว่า จุดไหนน่าจะเป็นจุดผิดสังเกต เพราะบางส่วนมีน้ำขัง ส่วนไร่อ้อยจะเป็นป่าทึบ ยิ่งยากต่อการมองเห็น และหากฝนตกชุกหลังจากนี้ความผิดปกติของหน้าดินก็จะหายไป
ดังนั้นเกษตรกรเองควรจะระวังหาวิธีสังเกตให้อย่างละเอียด โดยเฉพาะไร่อ้อย ซึ่งจะต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ระหว่างการเก็บเกี่ยวหรือการปลูก เพราะหากเครื่องจักรไปสร้างความสั่นสะเทือนลึกลงไปอาจจะมีปกติกริยาใดๆก็ได้” นายชาติชาย กล่าว



