เปิดคำให้การ อดีตเจ้าคณะตำบล ปืนโหด ชักปืนยิงเจ้าอาวาสกลางวัดดัง ไม่ใช่ปมตรวจฉี่-เงินบำรุงวัด เผย เรื่องที่เก็บมานาน อ้าง ตอนยิงมือยังสั่น ไม่รู้ว่าโดนใคร

วันที่ 7 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุมีพระถูกยิงที่วัดบ้านน้ำอ้อม ท้องที่บ้านน้ำอ้อม ม.3 ต.ธาตุ อ.เชียงคาน จ.เลย โดยมี พระมหาโยธิน เขมิโย หรือ นายโยธิน สารวงศ์ อายุ 39 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าพัฒนาราม อ.เชียงคาน จ.เลย ถูกยิงบริเวณกกหูข้างซ้ายรับบาดเจ็บ

โดยมีพระอธิการมานพ ฐานวีโร หรือ นายมานพพร สิทธิจันทร์ อายุ 47 ปี เจ้าคณะตำบลเขาแก้ว เขต 2 และเป็นเจ้าอาวาสวัดโพนสว่าง ได้ใช้อาวุธปืนยิง พระมหาโยธิน เกิดเหตุเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เปิดคำให้การ อดีตเจ้าคณะตำบล ปืนโหด ชักปืนยิงเจ้าอาวาสกลางวัดดัง ไม่ใช่ปมตรวจฉี่-เงินบำรุงวัด เผย เรื่องที่เก็บมานาน อ้าง ตอนยิงมือยังสั่น ไม่รู้ว่าโดนใครหรือไม่

เปิดคำให้การ อดีตเจ้าคณะตำบล ปืนโหด ชักปืนยิงเจ้าอาวาสกลางวัดดัง ไม่ใช่ปมตรวจฉี่-เงินบำรุงวัด เผย เรื่องที่เก็บมานาน อ้าง ตอนยิงมือยังสั่น ไม่รู้ว่าโดนใครหรือไม่

ต่อมา อดีตพระมานพ ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่สภ.เมืองมหาสารคาม โดยให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือยิงจริง โดยระบุแรงจูงใจว่า เกิดจากความน้อยใจและบาดหมางภายในวงการสงฆ์ ถูกนินทาลับหลัง พูดจาดูหมิ่นเหยียดหยาม และถูกกีดกันไม่ให้รับกิจนิมนต์ จนเกิดความเครียดสะสมและบันดาลโทสะ

โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่า ถูกพระ 2 รูป ดูถูกเหยียดหยามเรื่องต่าง ๆ ซึ่งตนเป็นพระต่างถิ่นเกิดความรู้สึกไม่พอใจ จึงตัดสินใจใช้ปืนไทยประดิษฐ์ ยิงใส่พระทั้ง 2 รูป ได้รับบาดเจ็บ 1 รูป อีก 1 รูปหลบทัน หลังจากนั้นจึงขับรถยนต์ที่น้องชายให้มาใช้ ขับหลบหนีมาพื้นที่ จ.มหาสารคาม

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เลย, บก.สส.ภ.4 และ ภ.จว.มหาสารคาม ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบในพื้นที่ อ.เมือง จ.มหาสารคาม ตั้งแต่เช้าวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา และเข้าพูดคุยกับญาติให้เกลี้ยกล่อมตน จนกระทั่งวันนี้ 6 ส.ค.68 เวลา 12.00 น. จึงตัดสินใจเข้ามอบตัว ส่วนปืนของกลางได้ทิ้งไประหว่างหลบหนี

นายมานพพร หรือ อดีตพระมานพ กล่าวว่า หลังจากหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอเรียกเจ้าคณะตำบลเข้าประชุมด่วน เนื่องจากมีนโยบายกวาดล้างพระเถื่อน ยาเสพติด และเรื่องเงินวัดต่าง ๆ ที่ทางการได้มีการปราบปราม เพื่อเรียกศรัทธากลับคืนมาในหมู่คณะสงฆ์

หลังจากเสร็จการประชุมเจ้าคณะตำบลที่วัดป่าศรีภูทอกแล้ว ต่างก็แยกย้ายกลับวัดต่าง ๆ จนมารวมกันที่วัดและได้มีการสนทนากันระหว่างพระลูกวัดต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเจอพระมหาโยธินโดยความที่ไม่พอใจกันมาก่อนก็เลยมีปากเสียงกัน ตนจึงกลับไปกุฏิไปหยิบปืนมายิง

ซึ่งปืนเป็นปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ส่องลำกล้อง ใส่กระสุนได้ 2 นัด ซึ่งเจตนาไม่ได้กะว่าจะยิง แต่จะยิงขู่ ไม่มีเจตนาจะทำร้ายให้กลัว ให้ตกใจ ว่าอย่าทำอีก อย่าแกล้งตนอีก ซึ่งตนไม่เคยยิงปืนมาก่อน ตอนนั้นมือก็สั่น ไม่รู้ว่ายิงโดนหรือไม่

ด้วยอารมณ์ที่ยิงตอนนั้นโมโห ซึ่งปืนได้ทิ้งออกหน้าต่างรถ ริมถนนระหว่างกลับบ้านจากเชียงคานมาที่มหาสารคาม น่าจะทิ้งปืนบริเวณแถว ๆ อ.ภูกระดึง หลังยิงเสร็จก็กลับบ้านที่มหาสารคาม

สาเหตุที่ก่อเหตุเพราะตนไม่พอใจที่ถูกแกล้ง ถูกต่อว่า ถูกนินทาลับหลัง สะสมมานาน ถูกกีดกันไม่ให้รับกิจนิมนต์ ไปพูดกันลับหลังว่า ต่อไปไม่ต้องนิมนต์พระมานพ ซึ่งตนบังเอิญได้ยินตลอด มาเข้าหูตลอดหลายปี มีหลายเรื่องสะสมกัน

โดยอดีตพระมานพ บวชเมื่อปี 61 ก่อนที่พระครูโม จะชักชวนมาจำพรรษาที่วัดโพนสว่าง เพราะว่าไม่มีพระ พอมาแล้วชาวบ้านก็ยอมรับ ก็เลยอยู่มาเรื่อย ๆ เป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี 65 เป็นเจ้าคณะตำบลเมื่อปี 67 สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สะสมมาต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 3 ปีที่อยู่เชียงคาน

ยืนยันว่า ต้องการแค่จะขู่ ให้ตกใจ ให้กลัว ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ถึงชีวิต แต่ตอนนั้นมือมันสั่น ปืนมันสะบัด กะแค่จะยิงขู่ ไม่รู้ว่ายิงไปโดน ส่วนพระอีกรูปก็กะว่าจะยิงขู่เหมือนกัน ถ้าตั้งใจยิงจริง ๆ ก็คงถึงชีวิตไปแล้ว ที่เข้ามามอบตัวก็เพราะว่าสำนึกผิด และไม่อยากให้ยืดเยื้อ

ด้าน นายบวร น้องชายอดีตพระมานพ กล่าวว่า อดีตพระมานพกลับมาที่บ้านเมื่อวานนี้ ซึ่งก่อนที่จะเข้ามอบตัว ทางพี่ชายก็บอกว่าอย่างเพิ่ง ขอเวลาสักวันหนึ่ง พอวันนี้ก็เลยติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้ามอบตัว ซึ่งตอนรู้ข่าวก็ตกใจ เพราะเห็นจากข่าวก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของตน

ซึ่งช่วงหลังเกิดเหตุพี่ชายก็โทรมาหา แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปที่ไหน บอกว่ามีเรื่องกัน แต่ไม่บอกว่าทำอะไรมา จนกระทั่งพี่ชายกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งได้รู้รายละเอียดแล้ว เลยแนะนำว่าเราควรมอบตัวดีกว่า ตอนนี้สบายใจขึ้น เพราะบางเรื่องก็ได้ระบายออกมา เพราะแกไม่ได้ระบายอะไรออกมา

ที่ผ่านมาถูกกดดันตลอด ตนดูจากข่าว ชาวบ้านต่างพูดว่า แกเป็นพระที่ดี เป็นพระนักพัฒนา เรื่องที่เกิดขึ้นลึก ๆ ตนก็ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดนกดดันหลาย ๆ อย่าง อาจเป็นเพราะว่าไปอยู่ต่างถิ่นด้วย กลายเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบ

ด.ต.ประชากร นาแก้ว อดีตตำรวจงานกำลังพล ภ.จว.มหาสารคาม กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทางญาติของอดีตพระมานพ ซึ่งตนเกษียณอายุราชการมา 4 ปีแล้ว ก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ตนก็เลยประสาน

ขณะที่ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุอดีตพระมานพได้ก่อเหตุยิงพระที่อยู่ในพื้นที่ตำบลเดียวกัน 2 รูป ได้รับบาดเจ็บ 1 รูป อีกรูปปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สืบสวนทราบว่า อดีตพระมานพ มีญาติพี่น้องอยู่ที่ จ.มหาสารคาม ก็เชื่อว่าทางพระที่ก่อเหตุ จะหลบหนีมาทางหนี

จึงได้ทำการประสานมายังชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ช่วยกันติดตาม กดดัน ประชาสัมพันธ์แจ้งเบาะแสรถยนต์ที่ใช้หลบหนี ประสานที่พัก รีสอร์ตต่าง ๆ ในที่สุดทางญาติก็ได้ติดต่อพาเข้ามอบตัว พร้อมกับรถยนต์ที่ใช้หลบหนี ส่วนอาวุธปืนนั้น ผู้ต้องหาอ้างว่าโยนทิ้งไป ก็ต้องไปติดตามค้นหาอาวุธของกลาง

สาเหตุที่ก่อเหตุเกิดจากความขัดแย้งในการทำกิจนิมนต์ของพระ อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นการถูกพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรี ถากถางต่าง ๆ เกิดโมโห บันดาลโทสะ ขับรถจากที่เกิดเหตุ มาเอาปืนที่กุฏิ มายิงพระโยธิน ที่บริเวณใบหู 1 นัด หลังจากนี้ ทาง สภ.เชียงคาน ก็จะมารับตัวผู้ต้องหา และแจ้งข้อหาพยายามฆ่า มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน