ตำรวจนับสิบ พร้อมอาวุธครบมือ บุกล้อมห้องเช่าจับหัวโจกค้ายา พร้อมสมุนมือขวา หลังยิงขาลูกน้องบิดค่ายา อ้างผิดใจกันเรื่องซื้อรถไม่เกี่ยวยาเสพติด ขณะที่สมุนเปิดปากรับสิ้น
วันที่ 8 ส.ค.2568 พ.ต.ท.ภาวัต รัตนาภรณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พ.ต.ต.สันติราษฎร์ เงินมั่น สว.สส.สภ.บางพลี นำกำลังฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี สนธิกำลังชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมอาวุธครบมือ เข้าปิดล้อมห้องเช่าย่านคลองด่าน จ.สมุทรปราการ
ก่อนเข้าจับกุมตัวนายวิโรจน์ อายุ 40 ปี มือปืนตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ และนายช้าง ลูกน้องคนสนิท พร้อมของกลางอาวุธปืน หลังใช้อาวุธปืนยิงขานายประพันธ์ อายุ 42 ปีลูกน้องอีกคนบาดเจ็บ ช่วงกลางดึกวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาแล้วหลบหนีไป
โดยพ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี เข้าร่วมสอบปากคำด้วยตัวเอง นายวิโรจน์ อ้างว่าสาเหตุยิงนายประพันธ์ นั้นเนื่องจากผิดใจกันเรื่องเงินค่ารถที่ตัวเองทำอาชีพซื้อขายรถ ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยยิงลงพื้น 2 นัด กระสุนกระดอนไปถูกขานายประพันธ์ ยอมรับว่านายประพันธ์ เป็นลูกน้องจริงรู้จักกันในคุก หลังออกจากคุกมาแล้วได้มาทำงานด้วยกัน ส่วนอาวุธปืนซื้อผ่านเพจออนไลน์ในราคา 30,000 บาท เป็นปืนแบลงค์กันดัดแปลง
ขณะที่นายช้าง ให้การว่าปมเหตุที่นายวิโรจน์ยิงนายประพันธ์ มาจากเรื่องเงินค่ายาเสพติดที่นายประพันธ์บิดเงินไป หลังเกิดเหตุพากันหลบหนีมาเปิดห้องพัก ปืนอีกกระบอกที่ตำรวจค้นเจอเป็นปืนของตนจริง แต่เป็นปืนแบลงค์กันที่ยังไม่ได้ดัดแปลง ตนเป็นลูกน้องนายวิโรจน์คอยทำหน้าที่เดินส่งยาให้ลูกค้าครั้งละหลายร้อยเม็ด ส่วนค่าจ้างได้บ้างไม่ได้บ้าง หากต้องการเสพยาบ้าก็จะเอาจากนายวิโรจน์
ด้านพ.ต.อ.ไพโรจน์ เปิดเผยว่า ตรวจสอบประวัติพบว่านายวิโรจน์ เป็นพ่อค้ายาเสพติดในพื้นที่ ก่อนหน้านี้ตำรวจเข้าทลายแก๊งค้ายาในชุมชนลิขิต 7 ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายก็คือนายวิโรจน์แต่หลบหนีออกจากพื้นที่ไปก่อนตำรวจบุก แต่ก็ถูกตามจับกุมตัวส่งดำเนินคดีกระทั่งพ้นโทษออกมาก็ยังคงลักลอบค้ายา
ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดแล้ว นายวิโรจน์ ยอมรับว่าเคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง คดีแรกเป็นคดีพยามฆ่า คดีที่ 2 เป็นคดียาเสพติดหลังพ้นโทษออกมาก็พักอาศัยในซอยลิขิต 7 ย่านบางพลี ก่อนย้ายหนีไปเช่าห้องอยู่ ซึ่งตำรวจจะได้สอบสวนขยายผลต่อไป



