โรงเรียน ชายแดนไทย-กัมพูชา เปิดเรียนแล้ว 736 รร. เหลือเพียง 15 รร. รอ หน่วยงานความมั่นคงยืนยันความปลอดภัย สพฐ.เร่งทำแผนสอนทดแทน เตรียมใช้การเรียนการสอนออนไลน์ 5 รูปแบบ

13 ส.ค. 68 – ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่อยู่บริเวณพื้นที่เสียง ต้องสั่งปิดเรียนจำนวน 751 โรงเรียนนั้น

ขณะนี้ส่วนใหญ่ได้กลับมาเปิดเรียนแล้ว จำนวน 736 โรงเรียน เหลือเพียง 15 โรงเรียน ในพื้นที่ชายแดนที่ยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ เนื่องจากฝ่ายความมั่นคง พิจารณาแล้วว่าสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย จึงไม่สามารถกลับมาเปิดเรียนได้ในเวลานี้

ทั้งนี้ สพฐ. อยู่ในช่วงของการหารือว่า จะใช้วิธีการสอนแบบใดเพื่อมาทดแทนช่วงเวลาที่ผู้เรียนเสีย รวมถึงหารือวิธีการเรียนการสอนชดเชยให้กับนักเรียนของโรงเรียนทั้ง 15 แห่งที่ยังปิดอยู่ในขณะนี้

“เบื้องต้น จะพิจารณาใช้การเรียนการสอนในรูปแบบเดียวกับสถานการณ์โควิด-19 คือ การเรียนการสอนออนไลน์ 5 รูปแบบ ประกอบด้วย 1. onsite ดำเนินการได้ในกรณีที่โรงเรียนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

2. onair เรียนผ่านระบบดีแอลทีวี 3. online เรียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต 4. ondemand เรียนผ่านระบบแอพพลิเคชัน และ 5. onhand เรียนผ่านที่บ้านจากใบงานหรือแบบฝึกหัดที่โรงเรียนแจกให้

ซึ่งเรื่องนี้ทาง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใย และล่าสุด พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้เชิญสพฐ. เข้าไปพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวต่อว่า สำหรับโรงเรียนที่เปิดแล้ว สพฐ.ได้กำชับให้ดำเนินการตามนโยบายของ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ดูความปลอดภัยของครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน เป็นสำคัญ

ซึ่งในปัจจุบันถึงแม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงไปบ้างแต่ทุกโรงเรียนต้องประสานงานกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ก่อน ถ้าได้รับการยืนยันว่า มีความปลอดภัยแล้ว ก็สามารถเปิดโรงเรียนได้ตามปกติ ขณะเดียวกันหากยังไม่ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย ก็ให้ปิดเรียนไปก่อน จนกว่าจะได้รับการยืนยันความปลอดภัยอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน