จับแล้ว อดีตส.ส.พรรคดัง โกงเงินอุดหนุนพรรคการเมือง 17.6 ล้านบาท แต่ไม่มีหลักฐานเบิกจ่าย กกต.แจ้งจับ ไหวตัวทัน เผ่นหนีไปลาว ก่อนถูกจับส่งกลับไทย
เมื่อวันที่ 22 ส.ค.68 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระพุทธบาท, ตม.จว.หนองคาย, กกต.จว.หนองคาย
ร่วมกันจับกุม นายพีระวิทย์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 1172566 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2566 คดีอาญาที่ 417/2564 สภ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี และ หมายจับของศาลจังหวัดสระบุรี ที่ 24/2567 ลงวันที่ 22 มกราคม 2567 คดีอาญาที่ 150/2566 สภ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อ พ.ศ.2562 นายพีระวิทย์ เป็นหัวหน้าพรรคไทรักธรรม รับเงินอุดหนุนพรรคการเมือง เพื่อพัฒนาพรรคการเมือง จำนวนประมาณ 17.6 ล้านบาท ต่อมาไม่มีการทำหลักฐานการเบิกจ่ายทำให้ กกต. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายพีระวิทย์ และน.ส.พัตร์พิมล เหรัญญิกพรรค
ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 2 เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.พระพุทธบาท โดยเลื่อนการเข้าให้ปากคำ และแสดงหลักฐานการเบิกจ่ายเงิน และต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 2 หลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกหมายจับในข้อหา “เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง นำหรือยินยอมให้บุคคลอื่นนำเงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมือง ไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่นฯ” จึงเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี
จากการสืบสวนผู้ต้องการหลบหนีไปยัง ประเทศ สปป. ลาว พล.ต.ต.วรชาติ จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศลาว เพื่อให้ดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าว จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศ สปป.ลาว จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว จับกุม และส่งตัวนายพีระวิทย์ กลับมายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 จึงรับตัวเพื่อไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามนายพีระวิทย์ ผู้ต้องหาให้การว่า กระทำความผิดในเรื่องดังกล่าวจริง และหลบหนีไปทำธุรกิจส่วนตัวในประเทศ สปป.ลาว จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระพุทธบาท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปี 2565 นายพีระวิทย์ มีเรื่องร้องเรียน หลอกลวงเงิน 5 แสน เพื่อแลกกับโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ก่อนที่ต่อมาคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแล้ว ไม่พบพยานหลักฐานที่นายพีระวิทย์มีพฤติกรรมที่ขัดต่อประมวลจริยธรรมส.ส. แต่เหตุเกิดจากคนใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องร้องเรียน กรณีโกงเงินค่าหน่วยกิจ นักศึกษาโครงการหลักสูตรปริญญานิติศาสตรบัณฑิต ภาคพิเศษ โดยศาลแพ่งฯ มีคำบังคับคดี คดีดำหมายเลขที่ ม 226/2563 และคดีแดง ม 226/2564 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 บังคับให้นายพีระวิทย์ ปฏิบัติตามคำพิพากษา คือชำระเงินจำนวน 21,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม
ที่มา มติชน


