ไล่ล่าระทึก! แก๊งค้ายาบ้า หนีสุดชีวิต ขับเก๋งตกน้ำ จับ 2 ผู้ต้องหา ยึดบิ๊กล็อต 2.5 ล้านเม็ด แกะรอย มาจากชายแดนไทย-เมียนมา เตรียมส่งเครือข่ายพื้นที่ภาคกลาง
เมื่อวันที่ 1 ก.ย.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. และหน่วยกู้ภัยสรรเพ็ชญ์พิจิตร กำลังเร่งช่วยเหลือคนร้ายจำนวน 2 คน แบบสดๆ ซึ่งได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในซากรถยนต์ ที่เสียหลักจากการถูกตำรวจไล่ล่าตกคูน้ำข้างทางหลวง โดยนำช่วยเหลือนำขึ้นมาได้ทั้ง 2 คน เป็นเครือข่ายลำเรียงยาเสพติด พบของกลางยาบ้าซุกในรถ 10 กระสอบ จำนวน 2.5 ล้านเม็ด เหตุเกิดบนถนนเลี่ยงเมือง หมายเลข 111 พิจิตร-เนินสมอ ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร
พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าว ตำรวจชุดปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ประสานตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ร่วมตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร สกัดจับรถยนต์ ยี่นิสสัน สีดำ หมายเลขทะเบียน กำแพงเพชร
ซึ่งขณะตำรวจ ปส.แสดงตัวเข้าจับกุมบริเวณกลางสี่แยก ระหว่างติดสัญญาณไฟแดง แต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไหวตัวทัน เร่งเครื่องขับหลบหนีการจับกุม จากบริเวณสี่แยกในตัวเมืองพิจิตร และหลบหนีมาเส้นทางถนนเลี่ยงเมือง พิจิตร-เนินสมอ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.และตำรวจพิจิตร ไล่ล่าและสกัดกั้น จากนั้นรถของคนร้ายเสียหลักพลิกคว่ำตกคูน้ำข้างทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำตัวออกมาจากตัวรถที่ตกคูน้ำสภาพรถหงายท้องชี้ฟ้า แบบทุลักทุเล เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้น และนำตัวส่งโรงพยาบาลพิจิตร จำนวน 2 คน ทราบชื่อคือ นายอาคม อายุ 27 ปี ชาว จ.สุราษฏร์ธานี และนายชีพจร อายุ 37 ปี ชาวจ.นครศรีธรรมราช
จากการตรวจสอบภายในรถยนต์ดังกล่าว ตำรวจพบกระสอบปุ๋ย จำนวน 10 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้า รวม 2.5 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจยึดของกลางยาบ้าทั้งหมด และแจ้งข้อกล่าวดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้ง 2 คน
พ.ต.อ.ลักษณ์ รัตนถาวร ผกก.สภ.เมืองพิจิตร กล่าวว่า ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้แกะรอยเครือข่ายลำเรียงยาเสพติดดังกล่าว มาจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดเชียงราย ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวจะใช้ลำเรียงยาเสพติดดังกล่าวออกเส้นทางรองระหว่างหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ลัดเลาะเส้นทางมาเรื่อยๆ และจะจ้างคนในพื้นที่คอยนำทาง แต่จะไม่ใช้เส้นทางหลัก เพื่อหลบด่านตรวจต่างๆ จึงเข้ามาถึงพื้นที่จังหวัดพิจิตร เมื่อได้โอกาสจึงแสดงตัวเข้าจับกุม
สำหรับผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนย้ายลำเรียงยาเสพติดล็อตดังกล่าวจำนวน 10 กระสอบรวม 2.5 ล้านเม็ด เพื่อจะไปส่งมอบให้เครือข่ายในพื้นที่ภาคกลาง โดยจะได้ค่าจ้างคนละ 25,000 บาท อย่างไรก็ตามจะได้เร่งขยายผลเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป






