‘เกม’ซะแล้ว! จับหนุ่มวัย 20 ปี กลางวันเป็นพระ ดึกๆสลัดผ้าเหลือง ตระเวนลักทรัพย์ หาเงินเสพยา ผงะค้นกุฏิเจอยาบ้า 43 เม็ด เจ้าอาวาสยังอึ้ง รับเป็นพระลูกวัดจริง

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.68 ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจ สภ.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ออกตรวจในพื้นที่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พบนายศุภัชชัย หรือเกม อายุ 20 ปี (ทราบชื่อภายหลัง) มีลักษณะท่าทางเหมือนกำลังงัดตู้เติมเงินโทรศัพท์ (ตู้บุญเติม) อยู่หน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่งใน ต.เซิม จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เซิม เข้าร่วมจับกุม

ขณะที่เจ้าหน้าที่แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายศุภัชชัย พยายามขับขี่รถจักรยานปั่นเพื่อหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ และนำตัวมาที่บริเวณตู้เติมเงิน ตรวจสอบพบกระเป๋าผ้าสีน้ำเงินวางอยู่ใกล้ตู้เติมเงิน ภายในกระเป๋าพบคีมตัดเหล็ก 1 อัน ไขควง 3 อันและประแจ 1 อัน

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เซิม รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายรายว่า มีเหตุงัดบ้านเรือนและร้านค้า แล้วเข้าไปลักทรัพย์เป็นเวลาติดต่อกันหลายวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุมีลักษณะการแต่งกายสวมกางเกงขายาวสีดำแถบขาว สวมเสื้อกีฬาบ้างและเสื้อแขนยาวบ้าง

แต่ทุกครั้งผู้ก่อเหตุมักจะสวมหมวกสีเขียวลายพรางแบบปกคลุมใบหน้ามิดชิด และสะพายกระเป๋าผ้าสีน้ำเงินมีขาคีมตัดเหล็กโผล่ออกมาจากกระเป๋า โดยพฤติกรรมในการก่อเหตุ คือมักจะก่อเหตุในเวลากลางคืนช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. – 04.00 น. ทรัพย์สินที่ได้ไปจะเป็นเงิน โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า และซิมโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.ท.ศิริพงษ์ พหลชัยชูพงศ์ สารวัตรใหญ่ สภ.เซิม จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและชุดสายตรวจ สภ.เซิม จึงร่วมกันประชุมวางแผน

เพื่อดักซุ่มรอผู้ก่อเหตุ ตามร้านค้าที่คาดว่าผู้ก่อเหตุอาจจะทำการก่อเหตุอีกครั้ง พร้อมกับให้ชุดสายตรวจทำการตรวจตราภายในพื้นที่ให้บ่อยครั้งขึ้น จนกระทั่งพบตัวผู้ต้องหากำลังก่อเหตุ และสามารถจับกุมตัวไว้ได้

สอบถาม นายศุภัชชัย ยอมรับว่า เป็นเครื่องมือที่ใช้งัดแงะร้านค้า เพื่อเข้าไปลักทรัพย์ เงินที่ได้ก็จะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ

นายศุภัชชัย ให้การว่า ปกติตนจะบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในตำบลเซิม แต่เวลากลางคืน ตนจะสวมใส่เสื้อผ้าแต่งกายเป็นฆราวาส ออกจากวัดตระเวนงัดบ้านและร้านค้าเพื่อลักทรัพย์ และสารภาพว่าก่อนจะออกมาตะเวนลักทรัพย์เสพยาบ้ามาก่อน

อีกทั้งยังมียาบ้าที่เหลือซุกซ่อนอยู่ที่กุฏิภายในวัด สอบถามเจ้าอาวาสยืนยันว่า เป็นพระลูกวัดจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงขอหมายค้นกุฏิภายในวัดดังกล่าว พบยาบ้าจำนวน 43 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในขวดพลาสติกวางอยู่บนหัวเตียง

ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ยังพบทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาขโมยมาอีกหลายรายการ จึงตรวจยึดไว้ทั้งหมดพร้อมกับชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันที่ก่อเหตุตะเวนลักทรัพย์ ส่วนยาบ้านั้น นายศุภัชชัย บอกว่า ซื้อจากวัยรุ่นในหมู่บ้าน ราคาเม็ดละ 22 บาท และจากผลการตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลโพนพิสัย ยืนยันว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ

นายศุภัชชัย ยอมรับว่า ตนก่อเหตุตระเวนงัดบ้าน ร้านค้าเพื่อเข้าไปลักทรัพย์มาแล้ว จำนวน 6 ครั้ง คือที่ร้านสวัสดิการโรงเรียนเซิมพิทยาคม 2 ครั้ง, ร้านสวัสดิการโรงเรียนบ้านเซิม 1 ครั้ง, ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ เฝ้าไร่เทเลคอม 1 ครั้ง, ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ช่างเกม 1 ครั้ง และร้านรับส่งพัสดุ 1 ครั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำส่งตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เซิม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ส่วนข้อกล่าวหาอื่น ๆ พนักงานสอบสวน สภ.เซิม จะแจ้งเพิ่มหลังสอบปากคำอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน