ลูกสาวร่ำไห้ จัดงานศพพ่อตัวเอง ที่บวชเป็นพระ ไม่มีเงินจัดงาน ทวงถาม เงินฌาปนกิจ ที่ส่งมา 27 ปีกว่า 10,800 บาท ไม่ได้เงิน อ้างผิดระเบียบ ขนลุกศพเผาไม่ไหม้
เมื่อวันที่ 4 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความและถือภาพพระภิกษุรูปหนึ่ง พร้อมระบุว่า “ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว หนูจะทวงยุติธรรมให้หลวงตาเอง เงินทุกบาทของหลวงตาหนูจะเอามาให้ได้คืนทุกบาท” จากการตรวจสอบพบว่าผู้โพสต์คือ นางเกศรารินทร์ อายุ 52 ปี ชาว ต.เมืองฝ้าย อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์
ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบกับ นางเกศรารินทร์ พร้อมเล่าถึงสาเหตุที่โพสต์ว่า ภาพดังกล่าวเป็นวันจัดงานวันฌาปนกิจของ พระสัมฤทธิ์ สุชาโต อายุ 80 ปี พระลูกวัด วัดเมืองฝ้าย ต.เมืองฝ้าย อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ พ่อของตัวเอง ซึ่งเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านหนองสาม 6 ปี มรณภาพไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา
สาเหตุที่โพสต์เพราะคับแค้นใจ ที่พ่อของตัวเองมรณภาพแล้ว ไม่ได้เงินฌาปนกิจหมู่บ้านจำนวนเงิน 10,800 บาท ทั้งที่พ่อเป็นสมาชิกมาตั้งเริ่มก่อตั้งคือปี 2541 และจ่ายเงินสมทบทุกครั้งที่มีคนมาเก็บ แต่ผู้ใหญ่บ้านอ้างว่า สาเหตุที่ไม่ได้ เพราะพ่อย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่ที่วัด แล้วผิดระเบียบหมู่บ้าน
ตนก็พยายามทักท้วงอธิบายว่า สาเหตุที่พ่อจำเป็นต้องย้ายทะเบียนบ้าน เพราะเป็นพระจะต้องย้ายเข้าวัด แต่ผู้ใหญ่บ้านไม่สนใจ ไม่ยอมจ่ายเงินให้ตน ถึงแม้จะอ้างว่าไม่มีเงินจ่ายค่าของที่มาจัดงานศพก็ตาม
นางเกศรารินทร์ กล่าวว่า ตอนเผาพ่อ ศพพ่อไม่ไหม้สัปเหร่อต้องหาฟืนมาเผาเพิ่ม พวกตนลูกหลานต้องบอกพ่อต่อหน้าไฟว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง” เงินฌาปนกิจศพลูกหลานจะวิ่งเต้นเอาให้จนได้ หลังจากนั้นศพพ่อก็เริ่มไหม้
นางเกศรารินทร์ เล่าทั้งน้ำตาอีกว่า พ่อจ่ายเงินสมทบหมู่บ้านทุกศพที่มีคนมาเก็บที่บ้าน จำได้ว่าพ่อเริ่มจ่ายเงินสมทบครั้งแรกศพละ 20 บาท มาจนถึงปัจจุบันศพละ 100 บาท กรณีผู้ใหญ่บ้านอ้างว่าผิดระเบียบนั้นตนแปลกใจมาก ที่ว่าถ้าผิดระเบียบทำไมต้องส่งคนมาเก็บทุกศพ หากมีชาวบ้านในหมู่บ้านเสียชีวิต ยอมรับว่าเสียใจมาก เงินจำนวนนี้ถึงแม้ไม่มากมาย แต่เป็นเงินก้อนจำเป็นสำหรับครอบครัวที่จะต้องเอาไปจ่ายค่าของมาจัดงานศพ
สอบถาม นางสาวบุญเลิศ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านหนองสาม ต.เมืองฝ้าย กฎระเบียบต่างๆตนไม่ได้ตั้งขึ้นเอง แต่คณะกรรมการรุ่นนั้นเป็นคนตั้ง ยอมรับว่าเก็บเงินสมทบจากหลวงพ่อทุกรอบ ที่มีชาวบ้านเสียชีวิต แต่คนเก็บอาจจะงง หรือไม่รู้ก็ได้ จึงเก็บมาต่อเนื่อง
“มาทราบว่าหลวงพ่อที่มรณภาพ ย้ายทะเบียนบ้านไปแล้ว ซึ่งผิดระเบียบของหมู่บ้าน ตอนนี้อยากให้ลูกสาวของหลวงพ่อหาหลักฐานที่จะยืนยันได้ว่า แบบนี้อนุโลมได้ ตนก็จะเก็บให้ แต่ไม่มีหลักฐานก็จะเดินเรี่ยไรชาวบ้านให้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้เท่าไหร่” น.ส.บุญเลิศ กล่าว




