สุดสลด สามี-ภรรยา ขี่จยย.ผ่านมา ต้นไม้ใหญ่ล้ม ทับร่างเสียชีวิตคาที่ 1 ราย สาหัส 1 ราย วอนหน่วยงานเร่งแก้ไข เผยมีอีกหลายต้นเสี่ยงล้มเร็ว ๆ นี้
วันที่ 9 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเศร้าสลดในพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดยนายอนันชัย พูพิลึก นายก อบต.ทัพเสด็จ ได้โพสต์เหตุการณ์ ระบุว่า “ทางหลวงช่วยจัดการด้วยครับ ที่เกิดเหตุ เมื่อเช้ามืดวันที่ 8 กันยายน 2568 ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 ระหว่างบ้านมะกอก-บ้านโคกเพร็ก
ซึ่งขอฝากเตือนเรื่องต้นไม้ข้างทางที่เหลืออยู่ด้วย มีแนวโน้มจะล้มเร็ว ๆ นี้ ประมาณ 3 ต้น อย่าให้ต้องสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินอีกเลย แก้ไขได้ ช่วยจัดการเลยครับ หวาดระแวง หวาดเสียวทุกครั้งที่ผ่าน สส. สว. ช่วยแก้กฎหมายต้นไม้อยู่ในที่ของใคร คนนั้นมีอำนาจตัดไม้ทิ้ง ตัดไม้ใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่ผิดกฏหมาย หรือถ้าขออนุญาต ก็ขอให้หัวหน้าระดับอำเภออนุญาตได้ ก็พอ ฝาก สส.สว.ด้วยครับ”

สุดสลด สามี-ภรรยา ขี่จยย.ผ่านมา ต้นไม้ใหญ่ล้ม ทับร่างเสียชีวิตคาที่ 1 ราย สาหัส 1 ราย วอนหน่วยงานเร่งแก้ไข เผยมีอีกหลายต้นเสี่ยงล้มเร็ว ๆ นี้
เหตุการณ์เศร้าสลด เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.15 น. เกิดอุบัติเหตุ ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนน ระหว่างบ้านมะกอก-บ้านโคกเพร็ก ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ใกล้ศาลเจ้าพ่อปลัดสน
ขณะที่ผู้ใช้ถนนขับจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี และชนอย่างจัง จนเกิดอุบัติเหตุ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งเป็นคู่สามีภรรยา โดยสามีเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนภรรยาบาดเจ็บ หน่วยกู้ชีพเร่งนำส่งโรงพยาบาลตาพระยาหลังเกิดเหตุ
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าดำเนินการเคลียร์ต้นไม้ออกจากจุดเกิดเหตุ สามารถสัญจรได้ปกติแล้วในช่วงสาย โดยผู้เสียชีวิต ทราบต่อมาชื่อว่า นายปัญญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี สามี
ส่วนผู้บาดเจ็บคือ นางสาคร (ขอสงวนนามสกุล) คนพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำรถแบคโฮ เข้ามาดำเนินการแก้ไขนำซากต้นไม้ออกจากการกีดขวางเส้นทางจราจรได้สำเร็จ
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เล่าวินาทีที่เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ และการประสานเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต นำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ระบุว่า ภาพขณะเกิดเหตุมาเผยแพร่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน
ด้าน ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายได้แสดงความเห็นถึงกรณีนี้ว่า ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ ทำท่าจะล้มมานานแล้ว เพราะฝนตกชุกทำให้ดินอุ้มน้ำจนเกินไป จึงไม่สามารถโอบรัดต้นไม้ได้ ถ้าหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแลตัดออกก็คงจะไม่เกิดเหตุเช่นนี้ ถือเป็นกรณีตัวอย่างนะ
