ตรัง ไม่ทนแล้ว ผู้นำชุมชน-ชาวบ้าน ลุกฮือ! ประท้วงบ่อขยะไสลาว กองพะเนิน 9 แสนตัน เดือดร้อนหนักนาน 30 ปี กลิ่นเหม็น-น้ำเน่าเสีย จี้เทศบาลฯ หยุดทิ้งขยะ ขู่ปิดบ่อ ยื่น สตง.-ป.ป.ช. ตรวจสอบ

11 ก.ย. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ่อกำจัดขยะเทศบาลนครตรัง (ไสลาว) โครงการระบบจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล ตั้งอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ ภายในพื้นที่สนามกีฬาทุ่งแจ้ง ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง

นายวิรัตน์ รักนาย หรือ สจ.จู ส.อบจ.ตรัง นายสุรนอง กิ้มเฉี้ยง หรือ กำนันนอง กำนัน ต.บางรัก นายสายัณห์ สุขสวัสดิ์ นายก อบต.บางรัก พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านทั้ง 6 หมู่บ้านของ ต.บางรัก ตัวแทนชาวบ้าน และนักเรียนโรงเรียนวัดแจ้ง กว่า 50 ชีวิต ได้รวมตัวกันประท้วง ภายหลังจาก ได้รับผลกระทบจากปัญหากลิ่นเหม็นจากบ่อขยะ และลำคลองตลอดแนวริมบ่อขยะมีน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น

ในระหว่างนั้นมี นายกิตติพงษ์ ทวนดำ หัวหน้าฝ่ายช่างสุขาภิบาลเทศบาลนครตรัง และตัวแทนจากผู้รับจ้างบำบัดขยะ ออกมาต้อนรับกลุ่มผู้ประท้วง ก่อนนำเข้าไปดูภายในบ่อขยะ และอธิบายถึงกระบวนการกำจัดขยะ และการบำบัดน้ำเสีย

ปัจจุบันบ่อกำจัดขยะเทศบาลนครตรัง (ไสลาว) มีรถขนขยะจาก อปท. 26 แห่งใน จ.ตรัง นำขยะมาทิ้งวันละ 120 ตัน ในกระบวนการ ใช้วิธีการบำบัดทางชีวภาพด้วยกลไก (MBT) เพื่อลดปัญหาการฝังกลบ ใช้กลไกการคัดแยกด้วยโม่ผสม หลังจากนั้นขยะจะถูกนำไปหมักไว้ บนแผ่นไม้พาเลทและมีระบบระบายอากาศในกองหมักเพื่อช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ

ซึ่งหลังจากขยะผ่านการบำบัดแล้วจะถูกนำไปใช้เป็นวัสดุเชื้อเพลิงพลังงาน (RDF) โดยจากวิธีการนี้มีขยะที่ผ่านการบำบัดแล้ว 231,560.75 ตัน เป็นวัสดุเชื้อเพลิง 27.600 ตัน ส่งออกไปแล้ว 13,398.89 ตัน อย่างไรก็ตามชาวบ้านและชุมชนข้างเคียงยังได้รับผลกระทบเรื่องกลิ่นขยะเหม็นและน้ำเน่าเสีย บางรายต้องทนมานานกว่า 30 ปี ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน มีการนำเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงไม่มีการแก้ไขปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรม

เบื้องต้น ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง มีหมู่ 5 จำนวน 500-600 ครัวเรือน หมู่ 1 จำนวน 200 กว่าครัวเรือน และหมู่ 3 จำนวน 100 กว่าครัวเรือน ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่รอบข้างบ่อขยะแห่งนี้ ส่วน ต.บางรัก มี 6 หมู่บ้าน ทิศทางลมที่นำกลิ่นนี้ออกไปมากกว่า 5-10 กิโลเมตร รวมทั้งน้ำเน่าก็เป็นปัญหาใหญ่ เพราะจะลงไปสู่แม่น้ำตรัง

นายวิรัตน์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าตนไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัวกับใครทั้งสิ้น และไม่มีผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งกับใคร มาวันนี้เพื่อแสดงพลังว่าชาวบ้านเดือดร้อนจากบ่อขยะแห่งนี้มาเป็นระยะเวลานาน จึงได้หารือกับผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และชาวบ้านว่า เรื่องนี้จะต้องจบได้แล้ว

ตนทวงถามไปถึงเทศบาลฯ ว่าพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นของ อบต.บางรัก เทศบาลฯ ได้ขออนุญาตใช้ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2539 โดยขออนุญาตใช้ไว้เป็นระยะเวลา 25 ปี แต่การอนุญาตได้ขาดและสิ้นสุดไปเมื่อ 2564 ที่ผ่านมา หรือกว่า 4 ปีมาแล้ว

ตนจึงสงสัยว่าในเมื่อใบอนุญาตขอใช้พื้นที่หมดอายุแล้ว มีการทำประชาคมถึง 2 ครั้ง ซึ่งไม่ผ่าน แต่เทศบาลฯยังจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการอยู่อีก อีกทั้งจำนวนของขยะก็ไม่ได้ลดลงเลย ไม่ได้มีการแก้ไขใดๆทั้งสิ้น และยังให้ อปท.อื่นๆเข้ามาทิ้งขยะในพื้นที่นี้อีกด้วย

โดยตอนนี้ตนได้ทำเอกสาร เพื่อที่จะไปยื่นกับทาง สตง. และ ป.ป.ช.พร้อมทั้งจะนัดพูดคุยกัน เพื่อจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ จะไม่ให้แย่ลงไปกว่านี้อีก วันนี้เป็นวันแรกที่ชาวบ้านออกมาแสดงจุดยืน ก่อนหน้านี้ตนก็ได้ยื่นหนังสือไปถึง ผวจ.ตรังแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีการตอบรับใดๆกลับมา ทาง อบต.บางรัก ก็ได้ทำหนังสือไปถึงเทศบาลฯ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆทั้งสิ้น

หลังจากนี้หากยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. และ สตง.แล้ว จะมีการนัดประชุมและพูดคุยกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบ แต่หากยังไม่มีผลและความคืบหน้าใดๆ สุดท้ายชาวบ้านและผู้นำทั้งหมดจะเข้ามาปิดบ่อขยะแห่งนี้ หากไม่มีทางออกยังอยู่กันแบบนี้ชาวบ้านเหม็นและเดือดร้อนจริงๆ ลมพัดไปทางไหนก็เหม็นไปทางนั้น

อีกอย่างนอกจากบ่อขยะแล้ว บ่อน้ำเสียก็ไม่เคยบำบัด บ่อปฏิกูลก็อยู่ในพื้นที่ ต.บางรัก หากน้ำท่วม น้ำหลาก ฝนตกหนัก สิ่งเหล่านี้ก็จะไหลไปตามน้ำเข้าพื้นที่ ต.บางรักอีก แล้วชาวบ้านบางรักจะอยู่กันยังไงในอนาคตข้างหน้า เมื่อตอนนี้เป็นอยู่เช่นนี้ หากไม่จบที่พวกเรา มันก็ไม่จบแล้ว เทศบาลฯเข้ามาจัดการบริหาร หากชาวบ้านไม่กระตือรือร้น ก็ไม่เคยให้ความสำคัญใดๆ ไม่เคยออกมาจัดการเป็นจริงเป็นจังสักที

ตนเชื่อว่าผลประโยชน์มีเยอะมหาศาล แต่ตนไม่ขอล่วงล้ำ คุยไปคุยมาก็ไร้สาระ เสียเวลา ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ชาวบ้านเดือดร้อนเรื้อรัง ก็ไม่รู้จะพึ่งใคร ตน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ต้องคอยรับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้าน ถ้าคิดจะแก้จริงๆตอนนี้มันต้องดีกว่านี้

ทางด้าน นายสุรนอง กิ้มเฉี้ยง กำนัน ต.บางรัก กล่าวว่า ความเดือดร้อนชาวบ้านมากมายมหาศาล เพราะไม่มีใครอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ คือความเป็นจริงที่อยู่กันทุกวันนี้ นโยบายภาครัฐต้องให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข แต่ความสุขของชาวบ้านไม่มีเลย หาที่พึ่งยากมาก ตนก็คุยกับผู้นำท้องที่ท้องถิ่น เพื่ออยากแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านในสมัยที่พวกเรายังทำงานอยู่ ทำยังไงก็ได้ไม่ให้กระทบกับชาวบ้าน เพราะชาวบ้านทนทุกข์ทรมานมากว่า 30 ปีแล้ว หวังว่าในการขอใช้พื้นที่ หลังจากหมดระยะเวลาของใบอนุญาตแล้ว

ชาวบ้านอยากเห็นสภาพพื้นที่นี้เป็นที่ใช้ในการออกกำลังกาย หรืออื่นๆ โดยไม่ต้องการกองขยะนี้แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครต้องการสิ่งเน่าเหม็นเช่นนี้ เพราะพื้นที่ตอนนี้เป็นพื้นที่ชุมชน พื้นที่เมือง ไม่ใช่พื้นที่ป่า ถ้าหากโยกย้ายได้ก็ให้โยกย้ายออกจากพื้นที่ ต.บางรัก วิงวอนหน่วยงานที่จะช่วยเหลือได้ ช่วยแก้ปัญหาให้ถูกที่ถูกทางในระยะยาว ไม่ใช่แก้ปัญหาเบื้องต้น ที่นำดินมากลบ ขยะเพิ่มเหมือนภูเขาแล้ว ตอนนี้ขยะที่กองหมักหมดอยู่คล้ายกับเป็นระเบิด น้องแต่นิวเคลียร์

ขณะที่ นายอานนท์ วุ่ยสิ้น อายุ 39 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 กล่าวว่า กลิ่นขยะจะมีอยู่ตลอดเวลา แต่ช่วงฝนตก และในช่วงที่มีการรื้อขยะ จะมีกลิ่นเหม็นมาก เพราะตนอยู่ใกล้กับบ่อขยะมากที่สุด เพราะบ้านอยู่ห่างไปเพียง 30-40 เมตรเท่านั้น ปัญหาน้ำเน่าเสียก็ได้รับผลกระทบ การทำมาหากิน หาสัตว์น้ำก็จะทำไม่ได้เลย เพราะน้ำในลำคลองก็มีกลิ่น ที่ผ่านมาทางเทศบาลฯ ก็ไม่ได้เข้ามาพูดคุยหรือมาถามความเดือดร้อน ส่วนมากตนก็จะสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนผ่าน ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต.

ส่วน นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ในคลัสเตอร์ของเทศบาลฯ ที่รับผิดชอบดูแล มี อปท.ที่เข้ามาทิ้ง ประมาณ 26 แห่ง มีขยะที่เข้ามาเฉพาะของเทศบาลนครตรังเอง 60 ตันต่อวัน จากคลัสเตอร์ อปท.ข้างเคียงจำนวน 60 ตันต่อวัน รวมเป็นขยะ 120 ตันต่อวัน

ส่วนขยะที่มีการสะสมอยู่ในบ่อ เนื่องจากบ่อสร้างมาเป็นระยะเวลานาน ตั้งแต่เริ่มปี 2541 สร้างเสร็จปี 2543 และเริ่มฝังกลบขยะมา 25 ปี ทำให้ขยะภายในบ่อที่มีการประมาณการ 8-9 แสนตัน ซึ่งเป็นขยะเก่าที่อยู่ในบ่อ และขยะใหม่ที่เข้ามารายวัน 120 ตันต่อวัน เฉลี่ยหนึ่งปีก็ประมาณ 3-4 หมื่นตัน ที่เพิ่มขึ้นมา

ระบบการจัดการตอนนี้ ใช้ระบบ MBT หมายความว่า ถุงขยะมีการฉีกออก ตั้งกองหมัก หมักได้ที่ขยะเสถียร ขยะเหล่านี้ก็จะไม่มีกลิ่น ก็จะกลายเป็นปุ๋ย จะได้ออกมา 2 อย่าง คือ RDF ซึ่งเป็นเชื้อเพลิง และเป็นอินทรีย์ เมื่อเราบำบัดเสร็จ ขยะ RDF ก็จะส่งออก

ส่วนขยะอินทรีย์ก็สามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ย เพิ่มใช้เป็นสารปลูกพืชของเทศบาลฯได้ โดยตามที่นำเรียนเรามีขยะใหม่ 120 ตันต่อวัน เราบำบัดขยะเก่าต่อวัน 180 ตันต่อวันเป็นอย่างน้อย ก็คือวันละ 300 ตันต่อวันในการจัดการ ระยะเวลาเราบำบัดมาตั้งแต่ปี 2565 มาจนถึงปัจจุบัน เราบำบัดขยะออกไปแล้ว 230,000 ตัน ในสัญญาของผู้รับจ้างก็เหลือ 3 หมื่นตัน

ส่วนเรื่องน้ำบ่อขยะของเราได้งบจาก กระทรวงวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้น ข้างล่างเรามีพื้นที่ 60 ไร่ ปูด้วยแผ่น HDP ทั้งหมดเพื่อที่จะกันน้ำไม่ให้ออกจากบ่อ แต่ก็อาจจะไม่แน่ใจในเรื่องของการรั่วซึม ก็อาจจะมีประเด็น ส่วนเรื่องน้ำเสียจากในบ่อทั้งหมดมีการเก็บรวบรวมแล้วนำไปบำบัด ที่ระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลฯ ซึ่งอยู่เลยจากบ่อขยะไปประมาณ 1 กิโลเมตร

ส่วนเรื่องกลิ่นจะมาแล้วแต่ทิศทางลม แต่ปัจจุบันหลังจากที่เรามีการบำบัดโดยวิธี MBT กลิ่นก็เบาลง แต่บางช่วง ฝนตก ฟ้าปิด ก็จะมีกลิ่น ออกไปไกลได้ แล้วแต่ช่วง ซึ่งการแก้ปัญหาระยะยาวอาจจะต้องปรึกษาทางผู้บริหาร ในเบื้องต้นฝ่ายปฎิบัติดำเนินการอยู่ประมาณนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน