หนุ่มผิดหวังชีวิต ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ อยากติดคุกเดินเข้าร้านทองลักแหวน เมียรู้ข่าวช็อกอุ้มลูกสาว 2 ขวบขึ้นโรงพักถามทำไมทำแบบนี้ ไม่สงสารลูกหรือไง สุดท้ายร้านทองไม่ติดใจ เห็นไม่มีเจตนา
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 ก.ย.2568 ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สรวงศิริ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุชายชิงทรัพย์ร้านทองแล้วถูกจับกุมตัวไว้ได้ เหตุเกิดที่ร้านทองภายในศูนย์การค้า กลางเมืองอุดรธานี จึงนำกำลังสายตรวจรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน
เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่รปภ.ควบคุมตัวนายเต๋า อายุ 30 ปี ชาวอุดรธานี มาส่งที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สภ.เมืองอุดรธานี ชั้น 1 หน้าศูนย์การค้าฯ โดยมีพนักงานร้านทองมาชี้ตัวให้ข้อมูลว่า นายเต๋าทำทีเป็นลูกค้าเข้ามาซื้อแหวนทอง ลองสวมดูแล้วเดินหนีออกไปจากร้านไปถูกรปภ.ควบคุมตัวไว้ได้ โดยก่อเหตุถึง 2 ร้าน ร้านแรกคืนแหวนทองให้ แล้วมาก่อเหตุร้านทองร้านที่ 2 จนสำเร็จ บอกกับพนักงานร้านทองทั้ง 2 ร้านว่า อยากถูกจับติดคุก
ส่วนนายเต๋า บอกว่า ตั้งใจมาลักทองจริงๆเพราะอยากติดคุก ร้านแรกที่เข้าไปมันยังไม่ใช่จังหวะไม่ได้ จึงมาก่อเหตุซ้ำร้านที่ 2 ที่ทำเพราะมีปัญหาชีวิต เหนื่อยกับการใช้ชีวิต น้อยใจแม่ไม่ยอมยกที่ดิน 6 ไร่ให้ทั้งที่ตนเป็นลูกชายคนเดียว คิดว่าแม่คงจะยกที่ดินให้กับหลานมากกว่า แม่บ่นว่าตนทำอะไรก็ไม่สำเร็จ หาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ตนก็มีครอบครัวแล้ว มีภรรยา มีลูกน้อย ภรรยาก็ดี ไม่มีปัญหาอะไร อยากกลับเข้าไปติดคุกอีก เพราะเคยติดมาแล้ว 1 ครั้งข้อหาลักทรัพย์ ตอนนั้นรับแทนเพื่อน
“มีหนี้สินเรื่องรถจักรยานยนต์ ประมาณ 1 หมื่นบาท แค่เหนื่อยกับการใช้ชีวิต เบื่อหน่ายชีวิต น้อยใจตัวเองที่ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง อยากติดคุก เพราะอยู่ข้างนอกแบบนี้ก็มีแต่ปัญหา อยากเข้าไปพักผ่อนข้างในก็เท่านั้น แต่ก็อยากขอโทษแม่และภรรยาในสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด ผมเป็นคนไม่ดี ยอมรับว่าเสพยาบ้าเป็นประจำ เพิ่งหันมาเสพยาได้ไม่นานเพราะเหนื่อย ประกอบกับเวลากินเหล้าก็จะเมาก็จะเสพให้หายเมา หากติดคุกจริง เมื่อพ้นโทษออกมาจะขอกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ไม่ทำแบบนี้อีก”
ขณะที่พนักงานร้านทอง เล่าว่า นายเต๋าเข้ามาขอดูแหวนทองที่ร้าน แล้วพูดว่าหากใส่แล้วเดินออกไปเลยจะถูกจับมั๊ย อยากถูกจับติดคุก ก็งงว่าทำไมลูกค้าพูดแบบนี้ ตอนนั้นเขาลองสวมแหวนแล้ว สักพักเขาก็ถอดคืน แล้วก็เดินออกไปจากร้านทันที จนมารู้ข่าวว่าเข้าไปก่อเหตุที่ร้านทองอีกร้านใกล้กัน ตนก็เดินไปดู ก็พบว่าเป็นชายคนเดียวกัน
ต่อมาที่สภ.เมืองอุดรธานี ภรรยา นายเต๋า อายุ 27 ปี อุ้มลูกสาววัย 3 ขวบ มาหาสามีโดยบอกนายเต๋าว่า ไม่สงสารลูกสาว พ่อแม่ หรือไง ทำแบบนี้ใครจะหาเลี้ยง ทำอะไรไม่คิด ให้สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกจะเลิกดื่มเหล้า ก่อนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ช่วงบ่าย ตนจะไปรับลูกสาว สามีก็บ่นขึ้นมาว่าจะไปตาย จะไปจบชีวิต จะไปปล้นทอง
” เราก็บอกว่าอย่าไปทำให้สงสารลูก เป็นบ้าหรือไง สามีก็เลยบอกว่าพูดเล่น หลังจากนั้นสามีก็ออกจากบ้านไป พอตำรวจโทรไปบอกว่าสามีไปก่อเหตุที่ร้านทองก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก อยากให้สามีสงสารคนในครอบครัว ใครจะหาเลี้ยงดูแลต่อไป ที่ทำก็เครียดกับปัญหาชีวิต เพราะเขาทำงานคนเดียว ”
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว พบว่านายเต๋าไม่ได้มีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ ไม่มีเจตนาวิ่งราวทรัพย์หรือลักทรัพย์ และผู้เสียหายไม่ได้ติดใจเอาความ จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ทำประวัติเอาไว้แล้วส่งตัวไปบำบัดต่อไป




