แห่อาลัย เฮียเจษ นักธุรกิจ จิตอาสา เสียสละแรงกาย แรงทรัพย์ สนับสนุนทหารแนวหน้า ตลอดการสู้รบ จากไปกะทันหัน ขณะเตรียมอาหารให้ทหาร สุดยื้อชีวิต

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจข่าวดงรักนิวส์ โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพ ระบุว่า ขอคาราวะหัวใจพี่ “เจษฎาพรรน ต้นทอง” ผู้ปิดทองหลังพระ พี่เจษฎาพรรน เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ที่มีธุระกิจอยู่ในตัวเมืองสุรินทร์ ตลอดระยะเวลาที่เกิดเหตุความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยความรักชาติบ้านเมือง พี่เจษฎาพรรน เทียวเข้าเทียวออกชายแดน ด้าน อ.พนมดงรัก แทบจะทุกวัน

เพื่อสนับสนุนอาหารและของใช้ให้แก่ทหารแนวหน้า โดยไม่เคยสนใจว่าใครจะเห็นไม่เห็น แต่พี่เจษฎาพรรนและทีมงานทุ่มเทเต็มที่ทั้งแรงกายแรงทรัพย์ เพื่อทหารแนวหน้า จนมาวันนี้ (12 ก.ย.68) ขณะที่กำลังประกอบอาหารเพื่อส่งให้ทหารแนวหน้า พี่เจษฎาพรรนเกิดวูบล้มลง ทหารและทีมงานรีบเข้าไปช่วยและนำตัวส่ง รพ.พนมดงรัก แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถยื้อชีวิตพี่เจษฎาพรรนไว้ได้ พี่เจษฎาพรรน ต้นทอง จากไปอย่างสงบ

พี่น้องชาว อ.พนมดงรัก ขอคาราวะหัวใจของพี่เจษฎาพรรน ต้นทอง ขอให้คุณงามความดีที่พี่ได้สร้าง จงหนุนนำให้ดวงวิญญานของพี่เจษฎาพรรน ต้นทอง ไปสู่ภพภูมิที่ดี ครับ โดยมีผู้เข้ามาแสดงความเสียใจกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับนายเจษฎาพรรณ หรือเฮียเจษ ต้นทอง อายุ 43 ปี เป็นนักธุรกิจโรงเชือดหมูส่งขายตามห้างในพื้นที่อีสานตอนล่าง ที่ผ่านมาพาภรรยา ลูกจ้างและทีมงานจิตอาสา นำของกินของใช้ไปมอบให้กับทหารแนวหน้าในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกัน พร้อมทั้งเปิดโรงครัวที่ชายแดนเพื่อทำอาหารส่งสนับสนุนให้กับทหารวันละถึง 5,000 กล่อง และส่งตามศูนย์อพยพต่างๆช่วงเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ

โดยใช้เงินทุนตนเองเป็นค่าใช้จ่าย ตลอดตั้งแต่เกิดเหตุปะทะกันและหยุดยิง เป็นที่รู้จักรักใคร่ของทหารและคนชายแดน เป็นผู้ปิดทองหลังพระ ทุ่มเทแรงกายและแรงทรัพย์ เพื่อทหารแนวหน้า โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน การจากไปอย่างกะทันหันของนายเจษฎาพรรณ สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัว ทีมงาน ทหาร และคนที่รู้จัก เป็นอย่างมาก ที่ต้องสูญเสียคนดีมีความเสียสละเพื่อประเทศชาติคนหนึ่งไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ภรรยาและญาติพี่ น้อง พร้อมทีมงาน เคลื่อนร่างนายเจษฎาพรรน ออกจากโรงพยาบาลสุรินทร์ เพื่อมาทำพิธีรดน้ำศพและตั้งศพบำเพ็ญกุศลประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดหนองบัว อ.เมืองสุรินทร์

โดยมีพระครูพนมศีลาจารย์ (หลวงตาสันต์) เจ้าคณะอำเภอพนมดงรัก ฝ่ายธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดป่าเขาโต๊ะ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมี พ.ท.เอกพจน์ นามถาวร นายทหารประจำฐานปฏิบัติการปราสาทตาควาย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และญาติพี่น้องและเพื่อน พร้อมทีมงานที่ร่วมกันไปทำโรงครัวประกอบอาหารให้กับทหารแนวหน้า รวมทั้งประชาชนที่ทราบข่าวมาร่วมพิธีและให้กำลังใจครอบครัวของเฮียเจษกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศก

นางอรวรรณ ต้นทอง ภรรยา อายุ 44 ปี เผยว่า วันที่เกิดเหตุเฮียเดินไปหยิบของมาเพื่อเริ่มแจกอาหารให้ทหาร กำลังจะแจกข้าว สักพักก็มีคนมาบอกว่า มีคนลื่นล้ม จากนั้นทหารก็รีบยกแกออกมา มีแพทย์ทหารมาดูแลแล้วก็ส่งไปโรงพยาบาลพนมดงรัก คือชีวิตเฮียชอบทำโรงทาน

“เฮียบอกว่าทหารจะกินแต่ไข่ต้มไม่ได้ ทหารจะต้องกินของดีๆ เฮียจะไปทำโรงทานที่วัดเขาโต๊ะเกือบทุกวัน อาสาโดยที่ไม่หวังผลตอบแทน ตั้งแต่เริ่มรบ” นางอรวรรณ กล่าว

ก่อนหน้านี้เราแจกที่โรงงานเราก่อน พอเหตุการณ์สงบศูนย์อพยพปิดแล้ว ก็ไปตั้งโรงครัวทำอาหารที่วัดเขาโต๊ะให้ทหารแนวหน้า แล้วก็เริ่มต้นทำต่อก็ยาวเลย นอกจากอาทิตย์ที่ผ่านมาเราหยุดหนึ่งอาทิตย์เพื่อไปหาลูก และก็มาเริ่มต้นทำรอบนี้ เราใช้ทุนอะไรของเราทั้งหมดเลย เพราะเฮียแกบอกว่าทหารเหนื่อยกว่าเราเยอะ เราจะต้องเป็นข้างหลังบ้านให้กับทหาร เราไปเป็นทีม ทีมของพนักงานทุกคนแล้วก็เพื่อนๆที่ไปช่วยกัน

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตหมอบอกว่าหัวใจขาดเลือด และเพิ่งไปตรวจสุขภาพมาเฮียไม่มีโรคประจำตัว ภูมิใจในสิ่งที่แกทำจนวินาทีสุดท้าย พี่ทหารดูแลดีมากพาไปส่งโรงพยาบาล ยืนดูให้กำลังที่หน้าห้องคุณหมอก็ดูแลดีมาก

งานในวันนี้ทางทหารก็เข้ามาช่วยดูแลและเป็นเจ้าภาพให้ ตนมีลูกด้วยกัน 2 คน เพิ่งเดินมาถึงลูกๆเขาเป็นคนเข้มแข็ง ที่ผ่านมาเฮียทำอาหารวันละ 5 พันกล่อง แกทำด้วยจิตอาสาจริงๆและย้ำเสมอว่าทหาร เราต้องอิ่มต้องเหลือ แล้วก็มีกาแฟสดให้ด้วยทุกวัน

ด้านน.ส.ณัฏฐนันท์ ประเสิริฐไทย อายุ 36 ปี เพื่อนรุ่นน้องกลุ่มจิตอาสาที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า วันนั้นก็ตอนเช้าเจอกันที่วัดก็คุยกับแกปกติ เดินสวนกันทางไปเข้าห้องน้ำ ก็ยิ้มให้ปกติ ไม่ถึง 5 นาทีมีพี่เขาก็ตะโกนมาว่ามีคนเป็นลม และพากันวิ่งไปอุ้มแกมาตรงที่ทําอาหาร แล้วพยายามเรียกแก เหมือนแบบแกก็พยายามลืมตาอยู่ช่วงหนึ่ง ไม่ถึง 10 นาที

ทหารก็ยกแกขึ้นรถไปโรงพยาบาลพนมดงรัก ที่อยู่ใกล้ๆ วันนั้นคือเราเตรียมอาหารเสร็จและเตรียมที่จะไปส่งให้ทางทหารเข้าลงมารับ 100-200 กล่องแล้วแต่ฐาน เนื้อที่เอาไปประกอบอาหารทีหนึ่ง 5-6 ร้อยกิโล เป็นเนื้อหมู แล้วก็หุงข้าวไปด้วย

จากนั้นก็จะช่วยกันบรรจุเป็นกล่อง ไปกันเกือบทุกวัน เสียใจที่แกจากไป แกเป็นคนจิตใจดีชอบทำบุญช่วยเหลือคน ลูกน้องทุกคนรักแก ตนก็มีโอกาสไปช่วยแกตลอดเวลาไปทำบุญ

สำหรับกำหนดการประกอบพิธีสวดอภิธรรมนายเจษฎาพรรณ ต้นทองหรือเฮียเจษ ตั้งสวดอภิธรรม บำเพ็ญกุศล ณ วัดหนองบัว ศาลา 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2568 และกำหนดฌาปนกิจในวันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 15.00 น. ณ เมรุวัดหนองบัว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน