เขื่อนเจ้าพระยา ตรึงระบายน้ำวันที่ 5 เตือน 11 จว.เฝ้าระวังเจ้าพระยายกตัว ชาวบ้านทำใจปีนี้ท่วมแน่ๆ สร้างเพิงพักริมถนนเตรียมพร้อมอพยพ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนานกว่า 2 ชม. ในจ.ชัยนาท ทำให้ถนนทุกสายเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน หลายจุดมีน้ำท่วมขัง และจากฝนที่ตกลงมาตลอดเวลาทำให้การจราจรในตัวเมืองชัยนาท ที่มุ่งสู่สถานศึกษาการจราจรมีปัญหาติดตัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองชัยนาท ต้องระดมกำลังทั้งหมดออกมาช่วยกันโบกรถเพื่อคลี่คลายการจราจรตลอดทั้งเช้าที่ผ่านมา

ส่วนสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุดพบว่าน้ำเหนือที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา มีปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง โดยที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ วัดได้ 2,228 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนมทรงตัวใน 24 ชม. ล่าสุดวัดได้ 17.22 ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง)

โดยเขื่อนเจ้าพระยา คงอัตราการระบายน้ำลงท้ายเขื่อน 2,000 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 5 แต่คาดว่าจะปรับเพิ่มการระบายขึ้นไปที่ 2,100 ลบ.ม./วินาที ในช่วงปลายสัปดาห์ เพื่อให้สอดรับกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น และสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำ รองรับรับมวลน้ำจากทางตอนบนของประเทศจากฝนตกหนักระหว่างวันที่ 15-19 ก.ย. เพื่อลดผลกระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมสูง โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวในรอบ 24 ชม. วัดได้ 14.68 ม.รทก.

ทางกรมชลประทานยังคงย้ำเตือน 11 จังหวัดภาคกลาง อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ที่ยังคงต้องเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะยกตัวขึ้นในระยะนี้

โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน คลองโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คลองบางบาล อ.บางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งริมตลิ่งแม่น้ำน้อย ขอให้เฝ้าสังเกตุความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำที่จะยกตัวขึ้น โดยคาดว่าระดับน้ำจะสูงขึ้น 10-15 ซม. ใน 24 ชม. บ้านเรือนริมตลิ่งควรยกของขึ้นที่สูงให้พ้นน้ำ

และล่าสุดแม้ว่าจะมีการตรึงอัตราการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา แต่ระดับน้ำท้ายเขื่อนยังยกตัวขึ้น จนเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชน ในพื้นที่ท้ายเขื่อนของ 3 ตำบล คือ ต.ตะหลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ส่วนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำสูง 10-60 ซม. มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบแล้วรวมกว่า 200 หลังคาเรือน ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเร่งขึ้นมาสร้างเพิงพักชั่วคราวริมถนนคันคลองมหาราช เพราะไม่ไว้วางใจในสถานการณ์

โดยชาวบ้านหลายรายบอกว่า ดูจากแนวโน้มปริมาณน้ำและพายุที่จ่อจะเข้าช่วงปลายเดือนแล้ว คาดว่าปีนี้ไม่น่าจะรอดน้ำท่วม แน่ๆ จึงต้องรีบเตรียมจุดอพยพไว้ก่อน เพื่อความไม่ประมาท ซึ่งชาวบ้านท้ายเขื่อนส่วนใหญ่ บอกว่า ความเป็นอยู่ลำบากมากทั้งเรื่องห้องน้ำ การประกอบอาชีพ การหุงหาอาหาร ถ้าต้องอพยพขึ้นมาอยู่ริมถนน รวมทั้งยังเป็นห่วงทรัพย์สินที่บ้านว่าจะโดนขโมยอีก

ที่มา มติชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน