ทส. ขึ้นทะเบียน ซากดึกดำบรรพ์ หอยขมเหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง อายุกว่า 13 ล้านปี เป็นชั้นหอยขมน้ำจืดที่หนาที่สุดในโลก

วันที่ 16 ก.ย. 2568 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัด ทส. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ และผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม และผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ เพื่อรับทราบสรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนแหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง พื้นที่ 52 ไร่ เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์แหล่งที่ 27 ของประเทศไทย ตามมาตรา 14 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 นอกจากนี้ยังได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนพัฒนาเชิงบูรณาการพื้นที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมเหมืองแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัด ทส. เป็นประธานการประชุม

พร้อมทั้งให้นำข้อเสนอแนะคณะกรรมการฯ และผู้ทรงคุณวุฒิไปประกอบการพิจารณาปรับแผนการดำเนินงานเพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์และบริหารจัดการมรดกทางธรณีวิทยาของชาติอย่างยั่งยืน

สำหรับแหล่งซากดึกดำบรรพ์หอยขมแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่มีจำนวนของซากดึกดำบรรพ์ในมิติของความ กว้าง ยาว หรือ หนามากที่สุด เท่าที่ค้นพบในแต่ละภูมิภาคหรือในประเทศไทย

โดยหอยขมแม่เมาะ เป็นหอยน้ำจืดสกุล Bellamya sp. เป็นส่วนใหญ่ มีสีและขนาดต่างๆ กัน สะสมตัวต่อเนื่องโดยไม่มีชั้นดินแทรกสลับ ชั้นหอยขมแสดงลักษณะเป็นชั้นสลับกันระหว่างชั้นหอยที่แตกหักกับชั้นหอยที่มีรูปทรงสมบูรณ์ ชั้นหอยมีทิศทางการเอียงเทไปทางประมาณทิศตะวันออกเฉียงใต้ด้วยมุมเท 20 องศา

หอยขมดึกดำบรรพ์มีอายุประมาณ 13 ล้านปี ช่วงเวลาดังกล่าวแอ่งแม่เมาะเป็นแอ่งทะเลสาบน้ำจืดอยู่ในภูมิอากาศแบบเขตร้อน รอบแอ่งเป็นป่าไม้เขตร้อน ชายฝั่งมีต้นกกขึ้นโดยทั่วไปในลักษณะป่าพรุ หอยขมอาศัยอยู่ตามชายฝั่ง มีลักษณะเป็นชุมชนหนาแน่น

การล้มตายตามธรรมชาติรุ่นแล้วรุ่นเล่า ก่อให้เกิดการสะสมตัวของซากเปลือกหอยเป็นชั้นๆ อย่างต่อเนื่อง จนทำให้กลายเป็นชั้นเปลือกหอยหนา โดยมีความหนาของชั้นหอย ตั้งแต่ 3-12 เมตร เฉลี่ยประมาณ 8 เมตร

การค้นพบที่แม่เมาะครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการพบชั้นหอยดึกดำบรรพ์ที่หนาที่สุดในประเทศไทยเท่าที่เคยพบมา คือหนาถึง 12 เมตร

จากการตรวจสอบข้อมูลทั่วโลก ทราบว่าขณะนี้ยังไม่มีรายงานใดระบุว่ามีการพบชั้นหอยน้ำจืดหนาเกินชั้นหอยขมแม่เมาะ จึงถือได้ว่า ชั้นหอยขมที่เหมืองแม่เมาะ เป็นชั้นหอยขมน้ำจืดที่หนาที่สุดในโลก

สำหรับพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ซึ่งอนุญาตให้ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ทำเหมืองแร่ ซึ่งในปี 2546 ขณะที่ขุดตักถ่านหินขึ้นมาใช้ ได้พบชั้นสะสมตัวของซากหอยขมน้ำจืดจำนวนมากมหาศาล

การไฟฟ้าฯ จึงร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี ร่วมสำรวจรายละเอียดทางธรณีวิทยา และต่อมาได้กันพื้นที่ออก เพื่อทำการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการของประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในจังหวัดลำปางต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน