“เครือข่ายแรงงานฯ” ชี้ลูกจ้างหญิง ใช้สิทธิลาคลอดไม่เต็มสิทธิ รีบกลับเข้าทำงาน ห่วงรายได้-หวั่นตกงาน หวังรักษาตำแหน่งไว้ ย้ำกฎหมายลาคลอด 120 วันเป็นประโยชน์-ตอบโจทย์ส่งเสริมมีบุตร
17 ก.ย. 68 – จากกรณีที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาเห็นชอบ (ร่าง) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ. … เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีสาระสำคัญคือ การขยายสิทธิการลาคลอดของลูกจ้างหญิง จากเดิม 98 วัน เป็นไม่เกิน 120 วัน โดยกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วัน นั้น
น.ส.ธนพร วิจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงาน เปิดเผยว่า แม้จะได้สิทธิลาคลอดเพิ่มเป็น 120 วัน แต่ลูกจ้างหญิงส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้สิทธิไม่เต็มจำนวน โดยเลือกที่จะลาเพียงครึ่งหนึ่ง
ตัวอย่างเช่น ตามกฎหมายเดิมที่กำหนดสิทธิการลาคลอดไว้ 98 วัน โดยปกติแล้ว ลูกจ้างหญิงมักจะใช้สิทธิลาประมาณ 45 วัน เนื่องจากได้รับค่าจ้างจากนายจ้างตามอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาเพียง 45 วัน ส่วนอีก 45 วันที่เหลือจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม (สปส.)
ดังนั้น ลูกจ้างหญิงจำนวนมากจึงมักรีบกลับเข้าทำงานในช่วงเวลาที่เหลือ เพื่อให้ได้รับทั้งค่าจ้างจากนายจ้าง และเงินช่วยเหลือจากประกันสังคม โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้ดูแลบุตรให้และมีความพร้อมกลับเข้าทำงาน ขณะที่บางรายจำเป็นต้องใช้สิทธิลาคลอดเต็มจำนวน เนื่องจากไม่มีผู้ดูแลบุตรและต้องเลี้ยงดูบุตรด้วยตนเอง
“ในอีกกรณี หากลูกจ้างหญิงลาคลอดครบ 120 วัน ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวพอสมควร อาจเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง เนื่องจากสถานประกอบการต้องการให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานโดยเร็ว และไม่สามารถรอได้ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และตลาดงานที่หายาก ลูกจ้างหญิงจึงพยายามรักษาตำแหน่งงานของตนไว้” น.ส. ธนพร กล่าว
ทั้งนี้ น.ส.ธนพร ได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า สำหรับการร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ การใช้สิทธิลาคลอด 120 วัน ลูกจ้างหญิง จะได้รับค่าจ้างเต็มอัตราจากนายจ้างใน 60 วันแรก ส่วนระยะเวลาที่เหลือจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนประกันสังคม
หากลูกจ้างหญิงกลับเข้าทำงานก่อนครบ 120 วัน ก็จะได้รับค่าจ้างเต็มอัตราจากนายจ้างต่อควบคู่กับเงินช่วยเหลือจากประกันสังคม อย่างไรก็ตาม การมีกฎหมายรองรับสิทธิลาคลอด 120 วันถือเป็นกลไกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิได้เต็มจำนวนจริงๆ
สำหรับการให้สิทธิลูกจ้างลา เพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรได้ไม่เกิน 15 วัน โดยใช้สิทธิก่อนหรือภายใน 90 วัน นับแต่วันที่บุตรคลอด ซึ่งยังจะได้รับค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 15 วันนั้น น.ส. ธนพร มองว่า เป็นการแบ่งเบาภาระลูกจ้างหญิงหลังคลอดที่อาจมีสภาพร่างกายยังไม่พร้อม อีกทั้งยังช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลบุตรในช่วงกลางคืน จึงถือเป็นสิทธิที่เป็นประโยชน์เพื่อให้ลูกจ้างได้ช่วยดูแลคู่สมรสที่ลาคลอด และดูแลบุตรของตน
“นี่เป็นอีกหนึ่งกฎหมายที่ควรสนับสนุน เพราะเป็นช่องทางให้ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิได้ใช้ตามความจำเป็น ขณะเดียวกัน หากลูกจ้างหญิงบางรายไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิเต็มจำนวนก็ไม่เป็นปัญหา ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข อีกทั้งกฎหมายลาคลอด 120 วันยังตอบโจทย์การส่งเสริมให้ผู้หญิงตัดสินใจมีบุตรได้ง่ายขึ้น
เพราะหากไม่มีการคุ้มครองทางกฎหมาย การตัดสินใจที่จะมีบุตรอาจเป็นเรื่องยาก เมื่อมีการให้สิทธิลาคลอด 120 วัน โดยไม่กระทบต่อการทำงาน และมีกฎหมายรองรับ ถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ และยังช่วยสนับสนุนการมีบุตรในช่วงที่อัตราการเกิดของเด็กไทยลดลง” น.ส. ธนพร กล่าว