สาวสุดช้ำ ถูกหนุ่มรุ่นน้อง โปรไฟล์รูปพระ ขอเป็นแฟนอ้อนเงินเกลี้ยงบัญชี ไปหาก็ไม่ให้เจอ เอาโฉนดที่ดินไปจำนอง ขายทองโอนให้ สูญ 1.3 แสน สุดท้ายบล็อกเฟซหนี

เมื่อวันที่ 17 ก.ย.68 ที่สภ.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี พร้อมนายจ้าง เข้าแจ้งความดำเนินคดี กับ นายพงษ์เทพ ชายแปลกหน้า ที่รู้จักทางเฟซบุ๊ก ใช้โปรไฟล์รูปพระ หลอกให้หลงรัก คบหากันเป็นแฟนผ่านเฟซบุ๊ก มากว่า 3 ปี ขอเงินจนหมดตัว

ทั้งวิดีโอคอลเปลือยกายโชว์ ทั้งที่ไม่เคยเจอกันหน้ากัน พอไปหาก็ไม่ให้เจอ โดยฝ่ายชายหลอกให้โอนเงินนับครั้งไม่ถ้วน จำนวน 50-100 บาท จนหลักหมื่นบาท รวมๆ แล้ว กว่า 130,000 บาท พอทวงถามก็บอกไม่มี ก่อนบล็อกเบอร์ บล็อกเฟซบุ๊กหนีหาย

น.ส.บี กล่าวว่า ตนมีอาชีพแม่บ้านหอพักแห่งหนึ่งใน อ.กันทรวิชัย พบกับชายคนดังกล่าวรู้จักทางเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อว่า พงษ์เทพ ใช้รูปโปรไฟล์เป็นรูปพระ ดูเทสดี คุยเก่ง อายุประมาณ 30- 40 ปี หลอกให้หลงรัก และ คบหากันเป็นแฟนผ่านเฟซบุ๊กมากว่า 3 ปี มีวิดีโอคอลคุยกัน แต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง ก่อนออกปากขอยืมเงินมาเรื่อยๆ

“ล่าสุดฝ่ายชายอ้างว่าจะไปทำงานต่างประเทศหาเงิน มาแต่งงาน ต่างๆนานา บอกว่าเป็นคนเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ พอชวนมาหาไม่เคยมา อ้างว่าตอนนี้ป่วยต้องไปล้างแผลที่ขา ยังขอเงินเดินทางไปล้างแผล หรือบางทีก็ญาติเสีย ขอยืมเงิน ซึ่งส่วนตัวรู้สึกดีด้วยมากๆ จึงเอาที่นาไปจำนอง เอาทองไปขาย ส่งเงินไปให้ รวมๆ กว่า 130,000 บาท พอทวงเงินคืน กลับบ่ายเบี่ยง ไม่ได้คืนแม้แต่บาทเดียว ตอนนี้เงินหมดแล้ว บัญชีนึงเหลือเงิน 0 บาท อีกบัญชีเหลือ 35 บาท” น.ส.บี กล่าว

พ.ต.อ.วิโรจน์ ภูมิเพชรฤาชา ผู้กำกับการสถานีตำรวจเขวาใหญ่ เปิดเผยว่า หลังสอบถามผู้เสียหายให้การว่า ไม่เคยเห็นหน้าแฟนหนุ่มรุ่นน้องเลย แบบตัวเป็นๆ แต่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊กเท่านั้น เคยวิดีโอคอลคุยกัน

ซึ่งนายจ้างพาเข้าแจ้งความทุกข์ เนื่องจากทราบว่าผู้เสียหายถูกหลอกให้รัก โดยทางผู้ชายหวังที่จะหลอกเอาเงินจากผู้เสียหายทุกทาง ให้นำทองไปขาย เอาโฉนดที่ดินไปจำนำ เพื่อจะได้เงินจากผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายไม่เคยมีแฟนมาก่อน มาอยู่กับนายจ้างตั้งแต่อายุ 17 ปี จนนายจ้างซื้อที่นาให้ ซื้อทองให้ ความมาแตกตอนที่ นายจ้างจะซื้อทองให้เพิ่ม (เพิ่มน้ำหนักทองให้) ให้นำเส้นเก่ามาให้ดู

แต่ทองเส้นนั้นขายเอาเงินให้ผู้ชายไปแล้ว จึงรู้ว่าถูกผู้ชายมาหลอกให้รัก ส่วนฝ่ายชายมีตัวตนจริงหรือไม่ หรืออาจจะเป็นคนละคนกับรูปโปรไฟล์ในเฟซบุ๊กก็ได้ ซึ่งทางผู้เสียหายก็ให้รายละเอียดกับพนักงานสอบสวน ตามพยานหลักฐาน ก็จะติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน