สตูล ไม่น่าเชื่อ! ชาวบ้านนาแค 13 ครัวเรือน ไร้ไฟฟ้าใช้ ต้องอาศัยอยู่ในความมืด นาน 5 ปี ต้องใช้เทียนเพียงหนึ่งเดียว ช่วยส่องแสงสว่าง วอนพ่อเมืองช่วยชาวบ้านด้วย

23 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล แทบไม่น่าเชื่อว่ายังมีชุมชนในประเทศไทยที่ต้องอยู่อย่างไร้ไฟฟ้ามาอย่างยาวนานกว่า 5 ปีเต็ม ไม่มีแม้แต่แสงสว่างจากหลอดไฟ ใช้ชีวิตด้วยความหวังที่เลือนราง

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นที่ บ้านนาแค หมู่ที่ 5 เทศบาลตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ชาวบ้านกว่า 13 ครัวเรือนยังคงต้องอาศัยอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งที่ทางราชการเคยมาปักเสาไฟฟ้าเรียงรายไว้ตลอดแนวทางจากถนนใหญ่เข้าสู่พื้นที่หมู่บ้าน ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร แต่เป็นเพียงเสาที่ “ดูได้อย่างเดียว” เพราะไม่มีการเดินสายหรือจ่ายกระแสไฟแม้แต่น้อย

ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือบางจุดพบว่า เสาไฟถูกปักกลางพื้นที่ชุ่มน้ำในป่าชายเลน ซึ่งเสี่ยงต่อความเสียหายและไม่สามารถใช้งานได้จริง

ด้าน เสียงชาวบ้านทั้ง 3 คน เดือดร้อน ร้องผ่านสื่อ บอกคล้ายเป็นเสียงเดียวกันว่า ในความมืดที่ไม่มีทางเลือก ชาวบ้านจึงต้อง “พ่วงไฟฟ้าจากบ้านเรือนฝั่งตรงข้ามคลอง” โดยลากสายไฟข้ามน้ำมาใช้อย่างไม่มั่นคงและเสี่ยงอันตราย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ไฟตกหรือไฟดับบ่อยครั้ง บางคืนต้องใช้เทียนไขเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว

“ฝนตกทีเราก็ไม่กล้าใช้ไฟ ต้องถอดปลั๊ก พอไฟดับก็ต้องจุดเทียน เด็ก ๆ ต้องทำการบ้านในความมืด คนแก่ก็นั่งรอจนสว่าง” — ชาวบ้านรายหนึ่งเล่าด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ

ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายครั้ง ได้รับคำตอบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสตูลเพียงว่า “สามารถติดตั้งไฟได้ แต่ต้องรอขั้นตอนดำเนินการ” ซึ่งผ่านมาแล้วหลายปี โดยไม่มีความคืบหน้าใด ๆ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ชาวบ้านทั้ง 13 หลังได้รับสิทธิ์อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามหนังสืออนุญาตจาก นายเอกชัย เถรว่อง ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 24 (ตำมะลัง สตูล) ที่อนุญาตให้เข้าร่วมโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชาวบ้านยังค้างคาใจคือ เมื่อได้รับสิทธิ์อยู่อาศัยตามกฎหมายแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ได้รับสิทธิ์ขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต

“เราไม่อยากได้อะไรเกินเลย แค่มีไฟฟ้าใช้เหมือนบ้านอื่นๆ แค่นั้นเอง” ตัวแทนชาวบ้านกล่าวด้วยความหวัง

ชาวบ้านจึงวอนขอให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมเร่งหาทางออกให้กับชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ เพื่อให้ “แสงสว่าง” ได้ส่องถึงเสียที หลังต้องทนอยู่ในความมืดมานานกว่า 5 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน