“บิ๊กแจ๊ด” ตั้งรางวัลนำจับหัวโจกแก๊งลักหม้อแปลงไฟฟ้า หนึ่งแสนบาท ย้ำตำรวจระมัดระวังอันตรายพกปืนตลอดเวลา ลั่นเป็นสมัยก่อนไม่เอาไว้แล้ว
วันที่ 25 ก.ย.2568 ที่สภ.สามโคก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วย นายนพพร ขาวขำ รองนายก อบจ.ปทุมธานี ได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก หลังทราบว่าสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว 2 คน ที่ก่อเหตุขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า จำนวน 3 จุด รวมความเสียหายกว่า 300,000 บาท สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ชาวสามโคกเนื่องจากระดับน้ำสูงท่วมของเสียหาย เพราะเครื่องสูบน้ำใช้การไม่ได้
หลังจากที่เมื่อวานนี้ พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก พ.ต.ท.ฉกาจ เล็กอาราม รองผกก.สส. พ.ต.ต.ชนมภูมิ เหลืองห่อ สว.สส.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.สามโคก ได้เข้าตรวจสอบบริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ม.1 ต.กกแก้วบูรพา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จนทราบตัวผู้ต้องก่อเหตุทั้งหมด พร้อมประสานกดดันติดตามตัว 2 ผู้ต้องหาคือนายธนะโชค หรือเจม และนายเกริกพล หรือฟลุ๊ค
ส่วนอีกคนที่เป็นหัวหน้าแกงค์ยังคงหลบหนี คือนายสายัน หรือแย้ม ซึ่งทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุ ใช้รถกระบะ ติดสัญญาณไซเรนคล้ายกับรถเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า ขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า บนถนนมหาลัยชินวัตร หมู่ 10 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับตาม ระหว่างทางคนร้ายที่อยู่หลังกระบะ ได้โยนบันไดไม้ไผ่ เครื่องมือ ที่ใช้ก่อเหตุ ลงบนพื้นผิวถนน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ขับติดตาม

พอมาถึง สะพานข้ามคลอง หน้าวัดทางยาวคนร้ายได้ ผลักหม้อแปลงลงมาขวางรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพบว่าเป็นหม้อแปลงขนาด 30 kva ใช้เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าส่องสว่าง ทางสาธารณะของ อบจ.ปทุมธานี ซึ่งปัจจุบันใช้เชื่อมต่อกับเครื่องสูบน้ำขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีและ เครื่องสูบน้ำของกรมชลประทาน
ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถ เร่งดำเนินการจนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ พร้อมทั้งยังขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวนต่อยอดไปจนถึงร้านที่รับซื้อของโจรอีกด้วย

ย้ำเจ้าหน้าที่ต้อง ปฏิบัติงานอย่างระมัดระวังตัว ด้วยเนื่องจากคนร้ายที่หลบหนี คือนายสายัน หรือแย้ม มีประวัติไม่ค่อยดี และพฤติกรรมพกอาวุธปืนติดตัวตลอดด้วย เชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาน่าจะขโมยหรือตัดสายไฟมาหลายที่แล้ว ซึ่งประชาชนเดือดร้อนกันเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอำเภอสามโคก
ซึ่ง โดยตนเองพร้อมตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท ถ้าหากใครมีเบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุมตัวได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ถ้าเป็นสมัยก่อนไม่เอาไว้แล้วซ้ำเติมชาวบ้านที่เดือดร้อนและไร้จิตสำนึก