สระแก้ว ชาวบ้านชายแดนไทยเดือดร้อน เขมรรุกล้ำอธิปไตย-พื้นที่ทำกิน รวมพลคนไทยรักชาติ เตรียมเข้าไปปักธงชาติไทย หลักเขตแดนที่ 42 แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ทวงคืนผืนแผ่นดินไทย

28 ก.ย. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จุดตรวจ ชรบ.บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว ร่วมกับ ชาวบ้านในพื้นที่ อ.โคกสูง ที่เดือดร้อนจากปัญหาชายแดน กรณีชาวกัมพูชาเข้ารุกล้ำพื้นที่อธิปไตยและที่ทำกินของคนไทย บริเวณแนวชายแดนบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ยาวนานกว่า 40 ปี

โดยการรวมตัวดังกล่าวมี นางวราภรณ์ ทอง อายุ 63 ปี และอดีตผู้นำหมู่บ้านหนองหญ้าแก้ว เป็นแกนนำ ซึ่งมีการมานำธงชาติมาร่วมกันโบกเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ทวงคืนผืนแผ่นดินไทย รวมทั้งนำผืนผ้าใบธงชาติไทยความยาว 25 เมตร มาร่วมกันถือเป็นแถวยาว เนื่องในพระราชทานวันธงชาติไทย

นางวราภรณ์ และแกนนำชาวบ้าน ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงประกาศเจตนารมณ์ที่จะนำธงชาติไทย ไปปักที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 42 ถึง 43 ระบุว่า ที่ผ่านมาทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและทหารได้ออกมาประกาศว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นอธิปไตยของไทย และไม่ได้เป็นพื้นที่ทับซ้อนแต่อย่างใด แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ปล่อยให้เขมรเอาไม้มาทิ่มแทงทหารจนได้รับบาดเจ็บ และสร้างบ้านเรือนรุกล้ำอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่คนไทยแท้ๆ ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ประเทศไทยได้ ชาวบ้านที่รอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทนไม่ไหว จึงต้องการออกมาแสดงออกเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย

นางวราภรณ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ ละเว้น ละเลย ปฏิบัติการล้าช้า แต่เมื่อประชาชนจะทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยตามที่กฎหมายกำหนด กลับมีเงื่อนไขมากมาย กลับจะโยนความผิดให้กับประชาชนว่า ฝ่าฝืนคำสั่ง จะให้ผิดแต่คนไทยด้วยกัน พวกที่ให้สัมภาษณ์ยืนยันชัดเจนว่า เป็นอธิปไตยของไทย ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน เป็นการประกาศของรัฐ หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการตามกฎหมายไทย

“การด้อยประสิทธิภาพของ จนท. และหน่วยงานที่มีหน้าที่ จึงสมควรที่จะพิจารณาตัวเอง รับผิดชอบ รับโทษจากการกระทำที่ละเลยล่าช้า แล้วจะมีกฎไว้ทำไม หรือบังคับแต่กับชาวบ้านจนๆ เท่านั้น ฉันอยากรู้เหมือนกันว่า จนท.เข้าไปให้มันเอาไม้ตีหัว หัวแตกหอบกันออกมา แต่ไม่มีปัญญาเอาเขมรมารับผิดชอบ ถ้าทำได้แค่นั้น พวกคุณพากันถอดชุดแล้วพากันกลับบ้านไปอยู่กับลูกกับเมียคุณ”

ภายหลังชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวได้ออกมาประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวแล้ว ได้มีชาวบ้านและคนไทยที่รักชาติ เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากกลุ่มชาวบ้าน และผู้นำชุมชนประมาณ 100 กว่าคน เพิ่มเป็น 200-300 กว่าคน ในช่วงก่อนเที่ยง และคาดว่า จะมีชาวบ้านจากพื้นที่ จ.จันทบุรี อีกจำนวน 3 รถบัส เดินทางเข้าสมทบอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเดินทางเข้าไปปักธงชาติไทยบริเวณหลักเขตแดนที่ 42 และ 43 นั้น ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารห้ามปราม อ้างว่า บนถนนศรีเพ็ญไปยังแนวหลักเขตแดนมีกฎอัยการศึก จึงไม่สามารถให้เข้าไปได้ แต่ชาวบ้านยืนยันว่า หากไม่สามารถเข้าไปเป็นกลุ่มได้ ก็จะแบ่งคนเข้าไปเป็นแบบดาวกระจาย ในช่วงที่ จนท. ไม่ได้ควบคุมเข้มงวดต่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน