หนุ่มกลัวเรื่องเงียบ ร้องเพื่อนไปเที่ยวร้านเหล้าดังรังสิต โดนคู่อริต่อยคว่ำเก้าอี้ฟาดซ้ำเลือดคั่งในสมอง หมอสุดยื้ออยู่ได้ 2 วันก็สิ้นใจ ขณะที่ ผกก.ยันเรื่องไม่เงียบ ต่างฝ่ายต่างแจ้งความจ่อหมายจับแล้ว

วันที่ 29 ก.ย.2568 นายวุฒิชัย อายุ 34 ปี เข้าร้องเรียนผู้สื่อข่าว ระบุ เพื่อนถูกทำร้ายขณะไปเที่ยวดื่มกินร้านอาหารดังย่านรังสิตอาการสาหัสก่อนเสียชีวิต เวลาผ่านมา 10 วันแล้วกลัวคดีไม่มีความคืบหน้า โดยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาตนกับพวกเพื่อนๆไปนั่งดื่มกินกันที่ร้านเหล้าย่านรังสิต เข้าไปช่วงเวลาประมาณตี 1 หลังจากนั้นเพื่อนเดินไปเข้าห้องน้ำกัน 3 คนแล้วไม่รู้ว่าเกิดมีเรื่องอะไรกันในห้องน้ำ ก่อนมีกลุ่มคู่กรณีมาดักรอหน้าห้องน้ำเกิดชกต่อยกันขึ้น

” จากนั้นมีการ์ดของร้านเข้ามาล็อกผมกับเพื่อนและจับแยกกันแล้ว คู่กรณีท้าออกไปชกต่อยกันข้างนอกจังหวะที่จะเดินออกไปเพื่อนที่เสียชีวิตได้เดินวนกลับเข้าไป แล้วถูกคู่กรณีใส่เสื้อสีแดงต่อยล้มลงแล้วกลุ่มเพื่อนคนที่ต่อยเข้ามาใช้เก้าอี้ฟาดซ้ำเพื่อนผม การ์ดของร้านก็มาห้ามทางพวกผมหลังจากเกิดเรื่องการ์ดไล่ลบคลิปคนที่ถ่ายเหตุการณ์ไว้ทั้งหมด พอเหตุการณ์สงบเพื่อนและผู้เสียชีวิตก็กลับซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเพื่อนโดนอะไรต้องพาส่งรพ.เปาโลรังสิต ”

นายวุฒิชัย เล่าต่อว่า เพื่อนเข้ารพ.ไปตั้งแต่วันศุกร์ หมอกับพยาบาลเฝ้าดูอาการอาการตลอดเมื่อเอกซเรย์หมอบอกว่าม่านตาไม่ตอบสนองต่อแสงแล้ว แล้วก็ผ่าเปิดกะโหลกปรากฏว่ามีเลือดคั่งในสมองจนถึงวันอาทิตย์ประมาณ 4 โมงเย็น เพื่อนก็เสียชีวิตนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดลาดสนุ่นเพิ่งเผาศพไปเมื่อวานนี้ ที่ตนออกมาพูดเพราะไม่อยากให้เรื่องของเพื่อนเงียบหายไป เวลาผ่านมา 10 วันแล้วตำรวจยังไม่ได้ออกหมายเรียกหรือออกหมายจับทางคู่กรณีเลย เมื่อตนไปแจ้งความพบว่าฝั่งคู่กรณีก็มาแจ้งความเหมือนกันว่าถูกทำร้ายร่างกาย วันนี้ทางตำรวจนัดแฟนเพื่อนที่เสียชีวิตไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ปริญญา ทองมา ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวแฟนของผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากสอบปากคำเสร็จแล้วเราจะได้แจ้งข้อกล่าวหากับคนที่ทำร้ายผู้เสียชีวิต ซึ่งต่างฝ่ายต่างอ้างว่าต่างคนต่างมีเรื่องกันและมาแจ้งความกันไว้ทั้งสองฝ่าย

โดยพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานใครทำความผิดในส่วนไหนก็จะดำเนินคดีในส่วนนั้น ในส่วนของทำร้ายร่างกายที่มีผู้เสียชีวิตนั้นอัตราโทษก็อาจจะสูงกว่าการชกต่อยกัน พรุ่งนี้จะสอบปากคำแม่ผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่เกินวันพุธน่าจะออกหมายจับได้ เพราะทั้งสองฝ่ายรู้จักกันมาก่อนแล้ว พนักงานสอบสวนก็จะได้แจ้งข้อหากับคนที่นำเก้าอี้ไปฟาดและต่อยผู้เสียชีวิตข้อหาทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน