แม่ค้าส้มตำชายแดนช่องจอม ปิดร้านหนีหลังลูกค้าหายเกลี้ยงทนแบกรับหนี้สินรุมเร้าไม่ไหว ต้องย้ายไปขายที่อื่นวอนนายกฯ-แม่ทัพคนใหม่ จัดการเด็ดขาดปัญหาชายแดนไทย-เขมร ชาวบ้านจะอดตายหมดแล้วถ้ายืดเยื้อ
วันที่ 2 ต.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากเกิดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน ส่งผลให้ย่านเศรษฐกิจการค้าชายแดนช่อง ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซบเซาหนัก นับวันยิ่งทรุดหนักมากยิ่งขึ้น ร้านค้าส่วนใหญ่ต่างปิดตัวลง แม้จะเหลือร้านค้า อาหารสด ผลไม้ และของอุปโภคบริโภคบางส่วนที่ยังคงเปิดขายอยู่บ้าง แต่ต่างต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ทุกคนก็ทำใจและยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นในวันที่ไร้นักท่องเที่ยว
เจ้นาง อายุ 52 ปี เจ้าของร้าน ส้มตำทะเลแซ่บนัวร์และอาหารตามสั่งต้องปิดตัวลงไปโดยปริยายเช่นกัน หลังแบกภาระหนี้สินที่รุมเร้า รวมทั้งค่าเช่าร้าน จากผลกระทบช่วงสงครามไม่ไหวเนื่องจากไม่มีลูกค้า ไม่มีใครกล้าออกจับจ่ายซื้อของ ตัดสินใจปิดร้านย้ายทำเลไปขายที่หมู่บ้านขนาดมอญ ร้านอยู่เยื้องๆ อบต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์แทน
เจ้นาง บอกว่า วันนี้เปิดร้านเป็นวันแรก พบว่ามีลูกค้าให้ความสนใจมาช่วยอุดหนุนส้มตำมากพอสมควร ดีกว่าขายที่ย่านการค้าตลาดชายแดนช่องจอมที่เงียบกริบ วันๆแทบขายไม่ได้สักครก เงียบมาก เศรษฐกิจแย่มาก ตั้งแต่ปิดด่านและมีสงคราม ปิดตัวแทบทุกร้าน ต่างออกไปหาที่ทำมาหากินกันใหม่ สถานการณ์คลุมเครือไม่มีใครกล้าลงทุนทำอะไร
” ฝากแม่ทัพคนใหม่รีบเคลียร์ให้จบ เพื่อปากท้องของคนชายแดน จะได้มีที่ทำมาหากินอย่างสบายใจ และขอฝากนายกรัฐมนตรีที่จะลงพื้นที่ อ.พนมดงรัก ให้ช่วยให้กำลังใจคนชายแดนที่กำลังย่ำแย่ โดยเฉพาะเรื่องปากท้องและกลัวจะรบกันช่วงเกี่ยวข้าว ไม่อยากให้มีการเจรจาจา เพราะไม่ได้ผลทุกรอบ ให้รีบจัดการให้เด็ดขาด ไม่งั้นคงจะยืดเยื้อและลำบากชาวบ้าน และขอเชิญชวนชาว ต.ตาตุม อ.สังขะ ช่วยแวะมาอุดหนุนส้มตำทะเลแซ่บนัวร์ ที่เพิ่งย้ายมาจากช่องจอม มาช่วยลองชิมดูก่อน และรับฟังทุกข้อติชม “