นายกเมืองพัทยา รอกรมที่ดินชี้ชะตา เพิกถอนหรือไม่เพิกถอน “โฉนดวอเตอร์ฟรอนท์” ยืนยันพร้อมดำเนินการตามผลมติทุกแนวทาง สั่งดูแลป้องกันเศษวัสดุตก
เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2568 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีอาคาร “วอเตอร์ฟร้อนท์ คอนโดมิเนียม” ที่คาราคาซังมานานกว่า 10 ปี ว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 2 มีหนังสือแจ้งมายังเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุงเมื่อราว 2 ปีก่อนว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ซึ่งออกจากเอกสาร ส.ค.1 และเป็นต้นทางของโฉนดที่ตั้งอาคารดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่ไม่มีการครอบครองมาก่อนมีประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดเขตหวงห้ามเขาหรือภูเขา
ทั้งเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จึงมีมติสอดคล้องกับความเห็นของ ป.ป.ช. ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่สาธารณะ และได้มีหนังสือตอบกลับไปแล้ว ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กรมที่ดิน ว่าจะมีมติ “เพิกถอน” หรือ “ไม่เพิกถอน” โฉนดที่ดินดังกล่าว
โดยเมืองพัทยาเตรียมดำเนินการตามผลมติของกรมที่ดินใน 2 แนวทางคือ หากกรมที่ดินมีมติ “เพิกถอนโฉนด” เมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จะดำเนินการให้เจ้าของอาคารรื้อถอนออกจากที่สาธารณะ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2553 หากกรมที่ดิน “ไม่เพิกถอนโฉนด” เมืองพัทยาจะพิจารณาคำขออนุญาตดัดแปลงอาคาร เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการต่อไปได้ ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายปรเมศวร์กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่รอผลมติจากกรมที่ดิน เมืองพัทยาได้ตั้งทีมเจ้าหน้าที่ร่วมดูแลความปลอดภัยของตัวอาคารอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้เจ้าของโครงการร่วมรับผิดชอบดูแล เพื่อไม่ให้เศษวัสดุจากอาคารตกหล่นลงมาสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต 9 ตั้งกระทู้ถามถึงความคืบหน้าโครงการดังกล่าว ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทุกครั้งที่มีการตั้งกระทู้ถาม ทางกระทรวงมหาดไทยจะมีหนังสือส่งมายังเมืองพัทยา และอำเภอบางละมุง เพื่อให้เมืองพัทยาเป็นผู้ชี้แจงข้อมูลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยตรง