กระบะซิ่งแซงไม่พ้น ชน2แม่ลูกดับ ตร.พบยืมรถเพื่อนมา ไร้ประกัน คนขับเป่าเมาแต่ไม่เกินกำหนด ชาวบ้านเห็น ซิ่งมาแต่ไกลคาดไม่ต่ำกว่า 120 กม./ชม.
วันที่ 6 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีนายสมมาตร อายุ 41 ปี ขับกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน บห 7454 ระยอง แซงไม่พ้นชนรถจยย. เป็นเหตุให้ นายบรรจง หรือหำน้อย อายุ 49 ปี และนางสำ อายุ 69 ปี แม่ลูกกันเสียชีวิต โดยสภาพรถจยย.ถูกชนอย่างรุนแรงจนขาด 2 ท่อน
โดยวันนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามชาวบ้านถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการสำรวจบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ ยังพบชิ้นส่วนซากรถจยย.เกลื่อนถนน มีร่องรอยรถกระบะชนต้นไม้กระถางดอกไม้พังครูดดินไปไกลเกือบ 10 เมตร
นายนิพนธ์ อายุ 78 ปี ชาวบ้านละแวกที่เกิดเหตุ เล่าว่า เมื่อวานนั่งเล่นอยู่ภายในบ้าน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังโครม เห็นรถกระบะสีดำชนต้นไม้ที่วางขายหน้าร้าน ตกใจรีบวิ่งออกมาดู เห็นสองแม่ลูกนอนแน่นิ่งแล้ว ต่อมาก็มีกู้ภัยมาที่เกิดเหตุ จากที่สอบถามคนขับรถกระบะเขาบอกว่าแซงไม่พ้นทำให้ชนสองแม่ลูกตั้งแต่ร้านขายเนื้อจนไถลมาชนหน้าร้าน ถามคนขับเขาบอกว่าไม่ได้ขับรถเร็วขับแค่ 80
แต่ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์หลายคนบอกว่า คนขับขับมาเร็วมากไม่ต่ำกว่า 120 กม./ชม. แซงขวามาแต่ไกลแล้วมากินเลนชนสองแม่ลูกที่ขับรถจยย. ส่วนคนขับไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก บอกว่าเจ็บแค่หน้าอกเท่านั้น สอบถามคนขับเขาบอกอีกว่า เพิ่งกลับมาจากนอก พากันฉลองดื่มกินกับเพื่อนฝูงข้ามวันข้ามคืน อาจจะไม่ได้นอน หรืออาจจะเมาแล้วซิ่งมาชนสองแม่ลูกตายดังกล่าว
ด้าน พ.ต.ท.พิษณุ สุริยะ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านดุง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นรถกระบะไม่ได้ต่อทะเบียน หมดอายุตั้งแต่ 10 พ.ค.68 ไม่มีประกันหรือ พรบ แถมคนขับยืมรถของเพื่อนมาด้วย ทราบว่าจะเข้ามาในตัวอ.บ้านดุงเพื่อมาเบิกเงินจึงเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ส่วนรถจยย.ของนายบรรจงมีพรบ.คุ้มครองและจากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจของผู้ขับขี่พบว่ามีค่า 49 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เกินกว่ากฎหมายกำหนด ที่ต้องเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
แต่เพื่อความรอบคอบ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผลอีกครั้ง โดยขณะนี้รอผลยืนยันจากแพทย์อย่างเป็นทางการ หากผลตรวจเกินก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม เบื้องต้นตร.ได้แจ้งข้อหา “ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย,ทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

