แม่ค้าชายแดน วอนทหารจัดการให้จบ ๆ คนจะได้กลับมาเที่ยว ปัจจุบันยอดขายหาย 90% คนอาชีพเดียวกันถูกยึดรถกันเพียบ เหตุทำมาหากินไม่ได้ จะสร้างรั้วกั้นก็ทำเลย

สุรินทร์ – ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ แหล่งขายเนื้อสด-เนื้อตากแห้งแดดเดียว ริมทางเส้นทางท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้ 3 แยกไฟแดงหินโคน บ.หินโคน ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา หลังเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนกว่า 3 เดือนแล้ว

โดยแหล่งขายเนื้อดังกล่าว ลูกค้าส่วนใหญ่ 80-90 % เป็นชาวกัมพูชา ที่เดินทางผ่านถนนสายดังกล่าวเข้ามาประเทศไทย และมักจอดรถแวะซื้อเนื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก ก่อนที่จะเกิดความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

นางสุพรรษา เจ้าของร้าน “เอ๋ เนื้อสด” เปิดเผยว่า ยอดขายหายไปไม่ต่ำกว่า 80-90 % เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ที่ชอบแวะซื้อเนื้อแดดเดียวเวลาขับรถผ่านไปมาจากทำธุระและพาคนป่วยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในตัวเมืองสุรินทร์ แต่ละคนจะซื้อหลายกิโลกรัมเพื่อเอาไปฝากญาติพี่น้อง วันหนึ่งขายได้วันละกว่า 2 หมื่นบาท แต่ปัจจุบันเหลือหลักพันบาท เพราะขายได้แค่เฉพาะคนไทย

หลังเกิดความไม่สงบจนต้องปิดชายแดน ร้านต้องปรับตัว ใช้วิธีลดปริมาณการสั่งขอ เพราะลูกค้ากลุ่มหลักมาซื้อไม่ได้ รวมถึงยังไม่มั่นใจสถานการณ์ อย่างข่าววันที่ 10 ต.ค. ที่ลือกันว่ากัมพูชาจะยิงมาฝั่งเรา ในฐานะแม่ค้าก็หวาดระแวง ไม่กล้าสั่งของมาไว้ขาย ยิ่งหากต้องอพยพหนีจะทำให้ของเน่าเสีย

ถ้ายังยืดเยื้ออยู่แบบนี้ คนชายแดนจะอยู่ลำบาก เรามีค่าใช้จ่ายและหนี้สินต้องจ่ายทุกเดือน อยากให้จัดการให้จบไว ๆ จะได้ค้าขายเหมือนเดิม คนจะได้กล้าเข้ามาเที่ยวมากขึ้น ชาวบ้านคนรู้จักกันถูกยึดรถกันเยอะ เพราะทำมาหากินไม่ได้ ไม่มีเงินส่งรถ อยากให้สถานการณ์จบ หากจะสร้างรั้วกั้นชายแดนก็ทำเลย ถ้าไม่กั้นกัมพูชาก็รุกรานอยู่แบบนี้ สงครามจะยาวไปถึงยุคลูกหลานเราอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน