บุรีรัมย์ เกษตรกรชายแดนบ้านกรวด ไม่มั่นใจสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตึงเครียดอีกครั้ง เร่งกรีดยางขาย สำรองเงินเตรียมอพยพหนี หวั่นสู้รบรอบสอง กังวลหนักกว่ารอบแรก

11 ต.ค. 68 – เกษตรกรแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ทั้งที่เป็นเจ้าของสวนยางพาราเอง และรับจ้างกรีด ต่างเร่งเข้าไปกรีดยางพารา แล้วนำยางก้อนถ้วยไปขายตามลานรับซื้อ เพื่อนำไปใช้จ่ายในครอบครัว และบางส่วนเก็บสำรองไว้เป็นทุนเติมน้ำมัน และค่าใช้จ่ายในการอพยพ

สาเหตุไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดน ที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ทั้งกรณีที่การผลักดันชาวกัมพูชาที่เข้ามารุกล้ำยึดครองแผ่นดินไทย และสร้างสถานการณ์ยั่วยุ ที่บ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว

ประกอบกับ ล่าสุดได้มีเขมรลักลอบตัดรั้วลวดหนามหีบเพลง ที่บริเวณปราสาทตาควาย จึงเกรงว่าอาจจะเป็นชนวนเหตุ ทำให้เกิดการสู้รบกันขึ้น ซึ่งหากมีการสู้รบกันจริง ก็จะไม่สามารถเข้าไปกรีดยางได้ทำให้ขาดรายได้ และต้องอพยพออกจากพื้นที่ ซึ่งต้องมีใช้ค่าใช้จ่ายอีก

นายยอด ฉิมงาม อายุ 47 ปี เกษตรกรอำเภอบ้านกรวด บอกว่า ครอบครัวปลูกยางพารา 30 ไร่ ช่วงที่ยังไม่มีเหตุการณ์สู้รบ สามารถกรีดยางไปขายได้เฉลี่ยสัปดาห์ละกว่า 100 กิโลกรัม แต่ช่วงที่สู้รบต้องอพยพรายได้เป็นศูนย์ไปเลย 2-3 สัปดาห์ ช่วงนี้เหลือสัปดาห์ละ 50 กิโลกรัม แม้จะได้น้อยลง แต่ก็ยังพอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว บางส่วนก็เก็บสำรองไว้เป็นทุนเตรียมอพยพ หากเกิดการสู้รบขึ้นอีกรอบ ก็เดือดร้อน เพราะทำหาหากินด้วยความหวาดระแวง ไม่รู้จะสู้รบกันอีกตอนไหน

ด้าน นายชาตรี อุทุมพร เกษตรกรอีกราย บอกว่า ช่วงนี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่เป็นปกติ จึงต้องเร่งกรีดยาง และเก็บยางก้อนถ้วยมาขาย เพื่อเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายและเป็นทุนในการอพยพ หากเกิดการปะทะกันขึ้น

ทั้งเกรงว่าหากเกิดการปะทะกันรอบนี้อาจจะรุนแรงกว่ารอบที่ผ่านมา เพราะเขมรประกาศจะใช้อาวุธหนัก ตอนนี้ครอบครัวก็ได้เตรียมเสื้อผ้า ข้าวของไว้แล้ว หากรบกันจริงก็จะอพยพออกจากพื้นที่ทันที ทั้งนี้

อยากฝากรัฐบาลว่าจะทำอะไรก็เอาให้ทันเด็ดขาดไปเลย จะรบก็รบให้รู้แพ้ชนะ หรือจะสร้างกำแพงก็ให้รีบดำเนินการ หรือจะใช้มาตรการไหน ก็ให้ทันชัดเจนเด็ดขาด อย่างปล่อยคาราคาซังแบบนี้ชาวบ้านชายแดนเดือดร้อนมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน