เพิ่งบวงสรวงได้ 4 วัน จู่ๆ พระธาตุเก่าแก่พังทลาย เหลือแต่ซาก ของมีค่าโบราณกระจายเกลื่อน กรมศิลป์ยังไม่ทันได้บูรณะ ผู้เฒ่าผู้แก่พากันร้องไห้

วันที่ 12 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุพระธาตุโนนตาล วัดพระธาตุโนนตาล ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม อายุกว่า 80 ปี ซึ่งขึ้นทะเบียนกรมศิลป์ฯ ได้หักพังทลายลง หลังเกิดเหตุได้มีผู้เฒ่า ชาวบ้านจำนวนมากทราบข่าว ต่างมามุงดูซากพระธาตุแห่งนี้ ท่ามกลางความเศร้าสลดของผู้เฒ่าผู้แก่ชนเผ่าไทญ้อ อ.ท่าอุเทน และอำเภอใกล้เคียง

ต่อมา นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รรท.ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอุเทน และฝ่ายปกครอง นำเชือกไปกั้นบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันสิ่งของมีค่าที่พังทลายลงกับพระธาตุไม่ให้สูญหาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า องค์พระธาตุ มีความสูง 43 เมตร หักล้มทับกำแพงแก้วทิศเหนือพัง เศษอิฐโบราณเศษปูนกระเด็น และยังพบยอดฉัตรทองคำ หล่นใกล้กำแพงแก้ว

นายชินวัตร เปิดเผยว่า พระธาตุโนนตาลพังทลายลงเมื่อเวลา 09.41 น.ที่ผ่านมา เดิมพระธาตุสูง 43 เมตร แต่ชำรุดทรุดโทรม ตัวองค์พระธาตุแตกร้าวเอียง กรมศิลปากรที่ 9 จ.อุบลราชธานี ใช้เหล็กดามเพื่อพยุง สาเหตุอาจเกิดจากในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน มีฝนตกชุก ตัวพระธาตุก่ออิฐโบกปูนอาจจะรับน้ำหนักไม่ไหว ความชื้นมีส่วนทำให้พังทลายลงมา ซึ่งทางกรมศิลป์ฯ อยู่ระหว่างรองบประมาณ 2.6 ล้าน เพื่อมาซ่อมแซมบูรณะ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรก็ล้มพังเสียหาย

นายชินวัตร กล่าวต่อว่า ความสูงพระธาตุ 43 เมตร ฐานกว้าง 4 ด้านๆ ละ 7 เมตร เป็น 1 ในพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองท่าอุเทน คล้ายองค์พระธาตุท่าอุเทน ตามประวัติ พ.ศ.2445 ชาวท่าอุเทนได้อพยพมาอยู่บริเวณแห่งนี้มาเจอสถูปก็ได้สร้างครอบ แต่ตอนยังครอบไม่ได้บันทึกไว้ จนกระทั่งกรมศิลป์ฯ มาบูรณะซ่อมแซมครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2561 และบูรณะต่อเนื่อง หลังได้รับงบประมาณลงนามได้ผู้รับจ้างเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่บูรณะกระทั่งหักโค่นล้มเสียก่อน

นายชินวัตร กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจะได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน เนื่องจากพระธาตุองค์นี้เป็นสมบัติของชาติและเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน ต้องรอให้กรมศิลป์ฯ เดินทางมาตรวจสอบความเสียหาย ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เดินทางมาพบเห็นก็ใจหาย เพราะพวกเขาเคยมาทำบุญบูรณะกันเยอะ พระธาตุองค์นี้บูรณะต่างกรรมต่างวาระ ทั้งซ่อมแซมทาสี พระธาตุองค์นี้มีอายุ 88 ปี เพราะล่วงเลย 80 ปี กรมศิลป์ฯ จึงได้ขึ้นทะเบียนไว้

สอบถามชาวบ้านบอกว่ามีสิ่งของมีค่าเบื้องต้นมีพระพุทธรูปโบราณจำนวนมาก บรรจุในองค์พระธาตุ พบฉัตรทองคำ สร้อยทองคำและสังวาลย์ จึงให้ฝ่ายปกครองมาดูแลและสั่งห้ามถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่จากกรมศิลป์ฯ ห้ามยุ่งเกี่ยวและแตะต้องเด็ดขาด

นางวิไล ธนะดิษฐ์ อายุ 65 ปี กล่าวว่า บ้านตนอยู่ห่างพระธาตุ 200 เมตร ช่วงสายได้ยินเสียงตุ๊บ 1 ครั้งฝุ่นคลุ้งตลบ เหลียวมองไปที่วัดไม่พบเห็นยอดพระธาตุแล้ว จึงตะโกนบอกเพื่อนบ้าน แล้วขี่รถจยย.มาที่วัด พบเห็นสภาพว่างเปล่า ไม่เห็นยอดพระธาตุแล้วรู้สึกเสียใจ เกิดมาก็พบเห็นพระธาตุแห่งนี้แล้ว

ด้าน นางสุวรรณ ยะวงศ์ศรี อายุ 72 ปี กล่าวว่า มาพบเห็นซากปรักหักพังของพระธาตุองค์นี้แล้วรู้สึกเสียใจ ก่อนจะร่ำไห้พร้อมเพื่อนรุ่นเดียวกัน เกิดมาก็พบเห็นเลย เพราะปู่ของตนมาบวชที่วัดนี้และสร้างปั้นอิฐปั้นปูน สร้างพระธาตุขณะบวชแล้วไม่สึกเลย จนมรณภาพคาผ้าเหลือง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนที่พระธาตุองค์นี้จะหักล้มพังทลายลง วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางผู้รับจ้างได้ตั้งโต๊ะบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเตรียมการจะบูรณะ กระทั่งมาหักล้มพังทลายลงเสียก่อน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน