พิจิตร ชาวบ้านบึงนาราง ระทม น้ำท่วมขังยาวนาน 2 เดือน แม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่ง ช้ำฝนตกซ้ำ จม 10 หมู่บ้าน 1,386 หลังคาเรือน เดือดร้อนหนัก ทุกข์สาหัส เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

16 ต.ค. 68 – ที่จังหวัดพิจิตร ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แม่น้ำยมล้นตลิ่งต่อเนื่อง หลังแม่น้ำยม เพิ่มขึ้น 2-3 ซม. และมีมวลน้ำป่าด้านจังหวัดกำแพงเพชร ไหลบ่าสมทบเข้ามาต่อเนื่อง

ประกอบกับในช่วงนี้มีฝนตกชุกหนาแน่นทุกวัน โดยเฉพาะช่วงบ่ายถึงค่ำ ทำให้มีน้ำทุ่งไหลเพิ่มมาอีกเพื่อที่จะไหลลงสู่แม่น้ำยม แต่แม่น้ำยมสูงกว่าตลิ่ง ไม่สามารถระบายตามธรรมชาติได้ จึงทำให้มวลน้ำท่วมนั้นแผ่ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นและมีระดับที่สูงขึ้นอีก

เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลายน้ำยม ก่อนจะไหลไปประจบกับแม่น้ำน่านที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ส่งผลให้น้ำยมผสมกับน้ำป่าและน้ำทุ่ง เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน ถนนเส้นทางคมนาคม ในเขตพื้นที่ ต.บางลาย อ.บึงนาราง จ.พิจิตร จำนวน10 หมู่บ้าน จำนววน 1,386 ครอบครัว

โดยเฉพาะที่บ้านหนองในดง หมู่ 4 ตำบลบางลาย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมหนักสูงกว่า 2-3 เมตร ซึ่งมีสภาพเหมือนหมู่บ้านติดเกาะจำนวน 147 ครอบครัว ได้รับผลกระทบหมู่บ้านจมน้ำมานาน 2 เดือน ถนนทุกเส้นทางเข้าออกภายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูงชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะ รวมทั้งถนนสายหลักเชื่อมตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง ไปตำบลท้ายน้ำ อำเภอโพทะเล ถนนถูกน้ำท่วมสูงรถเล็กไม่สามารถผ่านได้

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ต.บางลาย อ.บึงนาราง เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 68 มาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว สำหรับความช่วยเหลือก็มีถุงยังชีพจากส่วนราชการและมูลนิธิฯต่างๆมามอบให้บรรเทาทุกข์ไปบ้างแล้ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้บ้าง

นางโชติกา พึงไชยวรา กำนันตำบลบ้านน้อย อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านตำบลบ้านน้อย อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตรกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจาก ถูกแม่น้ำยมล้นตลิ่งเข้าท่วม บ้านเรือน ประชาชน 6 หมู่บ้าน 260 หลังคาเรือน อาคารศูนย์ ประชุม หมู่บ้าน น้ำท่วมสูง ถึง 2-3 เมตร ถนน สายหลัก ทางหลวงชนบท เส้นทางโพทะเล – ทะลุเท่าเสา ถูกน้ำท่วม 1 เมตร รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ต้องใช้เรือเป็นพาหนะ เข้าออก นอกจากนี้ ฝนตกลงมาทุกวัน ปริมาณน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น วันละ10เซ็นติเมตร

นางโชติกา กล่าวอีกว่า สำหรับด้านการช่วยเหลือขณะนี้มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ แต่ถามว่าพอไหม มันไม่เพียงพอ เพราะถุงหนึ่ง อยู่ได้ แค่ 7 วันต่อหนึ่งครัวเรือน หรือบางบ้านไม่ถึง เพราะอยู่กันหลายคนบางบ้านมีเรือ ก็สามารถพายไปไหนมาไหน ได้บางบ้านไม่มี ก็เดินลุยน้ำ นอกจากนี้ชาวบ้านบางคน ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมเขามาซื้อเรือ ซึ่งเรือก็ราคาแพง 6,000-10,000 บาท แต่ก็ยังดี ที่ เข้ามาดูแล

แต่สิ่งที่ อยากเรียก ร้อง ในเรื่องของเงินเยียวยาที่รัฐบาลจะจัดสรรให้ครัวเรือนละ 9 พัน ขอ ให้เร็วขึ้น ประกอบกับจะ ให้เงินเยียวยาแต่ขั้นตอนเยอะมาก บางคน ท่วมบ้าน 2 ชั้นไม่ให้ชั้นบน แต่ให้ชั้นล่าง งงไปหมด จริงๆๆ แล้วชาวบ้าน เขาถูกน้ำท่วม ลำบากกันจะแย่ อยู่แล้ว ซึ่งในเดือน พฤศจิกายน น้ำจะลด หรือเปล่ายังไม่รู้

นางโชติกา กล่าวอีกว่า สิ่งที่ อยาก ให้รัฐบาล หรือทางราชการเร่งออกมาแก้ไข เพราะชาวบ้านเขาถูกน้ำท่วมทุกปี และปีนี้เจอน้ำท่วมหนัก ซึ่งควรเร่งระบายไม่ใช่มากักไว้ ตรงนี้ทำไม่ถูกต้องเห็นใจชาวบ้าน บ้างที่เขาได้รับความเดือดร้อน ไม่ใช่ ถูกน้ำท่วม มาแจก ถุงยังชีพ เอาเงินเยียวยามาให้ ชาวบ้านเขาไม่อยากได้ สิ่งที่ เขาอยาก ได้ คือ เรื่องของการแก้ไขก่อน น้ำท่วม จะสร้างเขื่อน ในแม่น้ำยมก็สร้าง ไป ทำไม ไม่สร้าง งบประมาณมีมากมาย ดังนั้น อยาก ให้รัฐบาล หรือชลประทาน ออกมาเร่งแก้ไข

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน