สงขลา คึกคัก เทศกาล “ดีปาวาลี-กินเจ” คาดนักท่องเที่ยว 3 หมื่นคน แห่ร่วมงาน เชื่อหาดใหญ่ ครึกครื้น เงินสะพัด 350 ล้าน ชาวมาเลย์ ซ็อปสินค้า อาหารกระป๋อง เวชภัณฑ์ ติดมือกลับบ้าน
17 ต.ค. 68 – นายทรงชัย มุ่งประสิทธิชัย นายกสมาคมการท่องเที่ยว จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ช่วงนี้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยทางภาคใต้ ผ่าน จ.สงขลา มีเป็นจำนวนมาก ทั้งยังได้ให้ความนิยม ในแต่ละวันจะแวะเข้าห้าง ร้านค้า เพื่อไปช็อปสินค้าก่อนกลับบ้าน
นายทรงชัย เปิดเผยว่า ช่วงนี้คึกคักมากที่สุด โดยเฉพาะวันเทศกาล วันหยุดนักขัตฤกษ์สำคัญ จะมีรถบัส 60-80 คัน นำเที่ยว และมากสุดถึง 100 บัสนำเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวประเภทกรุ๊ปทัวร์ชาวมาเลเซีย ประมาณ 80 % ซึ่งจะแวะไปจอดเพื่อช็อปสินค้าตอนขากลับ โดยเฉลี่ยอัตราการซื้อขายขั้นต่ำประมาณ 50,000 บาท ต่อคันรถบัสนำเที่ยว ยังไม่รวมรถตู้ ฯลฯ สินค้ายอดนิยมซื้อประเภทอาหารสำเร็จรูปในกลุ่ม ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋อง และเวชภัณฑ์
นายวิทยา แซ่ลิ่ม มัคคุเทศก์อาชีพ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. เป็นเทศกาลดีปาวาลีสำคัญของชาวอินเดีย ทำให้ชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดีย จะเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากจะเป็นวันหยุดยาว โดยเฉพาะอ.หาดใหญ่สงขลา ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียง จะเข้ามาปริมาณมาก และจะเข้ามามากเป็นประจำทุกปี
และต่อเนื่องด้วยเทศกาลกินเจของชาวจีน ไปจนถึงวันที่ 29 ต.ค. 68 จำนวน 10 วัน ชาวมาเลเซีย และชาวไทย จะเดินทางเข้าทำบุญร่วมกินเจ และร่วมกิจกรรมยังหาดใหญ่สงขลาเป็นจำนวนมากและเป็นประจำทุกปี
“เทศกาลกินเจ มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวร่วม ทั้งขบวนแห่พระรอบเมือง การแสดงสิงโต ร้านอาหารเจนานาชาติ และอาหารเจ 4 ภาคกว่า 100 ร้าน การเสวนาอาหารเพื่อสุขภาพ กินเจเพื่อสิ่งแวดล้อม ชาวมาเลย์ จะเดินทางเข้าร่วมเทศเทศกาลดีปาวาลีและเทศกาลกินเจ ประมาณเกือบครึ่งเดือน จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 30,000 คน โดยค่าใช้จ่ายภาพรวมต่อคนประมาณ 5,000 บาท ต่อวัน จะเป็นเงิน 300-350 ล้านบาท หมุนเงินสะพัด ใน จ.สงขลา”
นายณัฐนนท์ พงษ์ธัญญะวิริยา ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดชายแดน (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจการค้า ในส่วนของการท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้ นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียจะเข้ามาเพิ่มขึ้น แต่ไม่เหมือนเดิม การค้าขายในส่วนธุรกิจการท่องเที่ยว ยังเดินไปได้ดีตามบริบท 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
“การเดินทางท่องเที่ยว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมศาสนา วัฒนธรรมศาสนาเชิงการเกษตร วัฒนธรรมศาสนาเชิงอาหารและวิถีชีวิต จะได้รับความสนใจอย่างมากจากชาวมาเลย์”
นายณัฐนนท์ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลได้มีความพยายามส่งเสริมในการเข้าถึงสินเชื่อต่อผู้ประกอบการ นักลงทุน และประชาชน ด้วยการมีสิทธิพิเศษ คือดอกเบี้ยต่ำ เวลา 2 ปี และมีความพยายามไม่ให้เกิด NPL ซึ่งมีธุรกิจการค้า ลูกค้าที่ทั้งนักท่องเที่ยวภายใน และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย นอกจากนั้นจะเป็นภาครัฐ ซึ่งไปได้ตามบริบท 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
แหล่งข่าวจากกลุ่มบริษัทให้บริการถบัส รถตู้นำเที่ยว เปิดเผยว่า ธุรกิจรถบริการรถนำเที่ยวมีผลประกอบการที่ดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมศาสนา ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่เป็นหลัก รองลงมาคือ ท่องเที่ยวเชิงทัศนศึกษา