ตราด นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ เชื่อมั่นเที่ยวไทย แห่เที่ยว เกาะกูด-เกาะหมาก สัญญาณดี ยอดจองห้องพักพุ่ง 90% คาด ปี’68 มี นทท. 5 แสนคน สร้างรายได้สะพัด 1.2 พันล้านบาท
19 ต.ค. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ส่งผลให้ทางฝ่ายความมั่นคงได้ประกาศปิดจุดผ่านแดนถาวร และจุดผ่านแดนทั้งหมดที่ติดกับกับกัมพูชาทั้งหมด พร้อมประกาศกฏอัยการศึกทั่วทั้งจังหวัดตราด ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจ.ตราด โดยเฉพาะอำเภอคลองใหญ่และอำเภอเกาะกูด อย่างมาก
ล่าสุด นางสาวพิชยา ธชัยอดิทรัพย์ นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราด เปิดเผยว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศลดลง และเกรงว่าจะเกิดอันตรายในการเดินทางมามายังพื้นที่ชายแดน
ซึ่งโรงแรมและรีสอร์ทใน อำเภอคลองใหญ่ได้รับผลกระทบมาก รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวในหมู่เกาะช้าง รวมทั้งเกาะหมากและเกาะกูด เฉพาะนักท่องเที่ยวในเครือสหราชอาณาจักรเตือนชาวอังกฤษไม่ควรเดินทางมาที่อำเภอเกาะช้าง
จากปัญหาดังกล่าวนี้ ทำให้ทางสมาคมฯ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการแก้ปัญกาในเรื่องนี้ ซึ่งทาง ททท.ตราด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหอการค้าตราด รวมทั้งสภาหอการค้าไทย และสื่อมวลชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ในด้านการท่องเที่ยว
จนทำให้ภาพความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวในพื้นที่กลับคืนมา แม้ไม่ทั้งหมด แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเข้าใจ และหันมาจองห้องพักในช่วงปลายปี 2568-ต้นปี 2569 จำนวนมากขึ้น โดยมียอดจองห้องพัดเพิ่มขึ้นแล้ว ระดับ 80-90% ซึ่งห้องพักในอำเภอเกาะกูด ที่มีทั้งในเกาะกูดและเกาะหมาก กลับมาได้ยอดสั่งจองเพิ่มขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
“แต่สิ่งที่น่าห่วงก็คือ แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอคลองใหญ่ ที่ช่วงนี้ นักท่องเที่ยว ทั้งในไทยและต่างชาติ ไม่มีเดินทางมาเหมือนเดิม เพราะต่างชาติที่เคยเดินทางจาก จ.เกาะกง กัมพูชา เข้ามายัง จ.ตราด ไม่ได้ จากปัญหานี้ ทางรัฐบาลควรจะเข้ามาเยี่ยวยาและหาทางช่วยเหลือ เพราะผู้ประกอบการกระทบมาก” นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราดกล่าว
นางสาวพิชยา กล่าวว่า ในส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวของอำเภอเกาะกูด (ต.เกาะกูด และ ต.เกาะหมาก) นั้น ปี 2568 นับเป็นปีที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวทั้งสองเกาะสูงมาก โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2568 (ตุลาคม-ธันวาคม) คาดว่า ทั้งปี จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวมากถึง 500,000 คน และสร้างรายได้สูงเกิน 1.2 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มมากกว่าปี 2567 ถึง 15-20%
ทั้งนี้ เพราะ เกาะกูด และเกาะหมาก มีธรรมชาติสวยมาก ทั้งน้ำทะเล ชายหาด และประการัง เทียบเท่ากับทะเลในภาคใต้ ด้วยกระแสบอกต่อปากต่อปากนักท่องเที่ยวจึงเดินทางมาเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาเกาะหมากเพิ่มขึ้น จากกระแสแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก หลังได้รับรางวัล TOP-100
รวมทั้ง ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสาร 3 บริษัท ลงทุนในเรื่องการเดินทางนำเรือโดยสารที่ดี รวดเร็ว และปลอดภัยเข้ามาให้บริการ และยังเพิ่มเที่ยวเดินเรือ มีเที่ยวเรือเดินทางไปเกาะหมากโดยตรง แทนการเดินทางโดยเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งผู้สูงอายุและเด็กจะไม่สะดวกในการเดินทาง
นางสาวพิชยา กล่าวอีกว่า ความเติบโตทางการท่องเที่ยวของอำเภอเกาะกูด ทำให้ผู้ประกอบจำนวนหนึ่งเพิ่มจำนวนห้องพักทั้งในเกาะกูดและเกาะหมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจท่องเที่ยวอำเภอเกาะกูดเติบโตขึ้นมาก เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่เกิดการระบาดไวรัสโควิด 19
ส่วนนโยบายรัฐบาลในเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้น นับว่าดี และกระตุ้นได้ แต่ควรจะไม่ทำให้เกิดความยุ่งยากมากนัก เพราะเป็นการส่งเสริมให้มาเที่ยวในเมืองรองมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนข่าวที่ผู้ประกอบการเดินเรือจะนำเรือไฮโดรฟอยด์มาเดินเรือในเกาะกูดนั้นนับเป็นข่าวที่ดีและเร่งกระแสท่องเที่ยวในเกาะกูดมากขึ้น แต่น่าจะได้ใช้อีกราว 1 ปีข้างหน้า