อาลัยสุดหัวใจ “ลินจง โกยะวาทิน” ช่างภาพแห่งสตูล ผู้เก็บภาพสมเด็จพระพันปีหลวงไว้ในหัวใจและเลนส์กล้อง สู่พิพิธภัณฑ์ “ห้องถ่ายภาพรูปของพ่อ”
เมื่อเอ่ยถึงชื่อ “ลินจง โกยะวาทิน” วัย 80 ปี ชาว ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล หลายคนต่างรู้จักในฐานะ “ช่างภาพผู้เก็บประวัติศาสตร์ด้วยหัวใจ” เจ้าของพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ “ห้องถ่ายภาพรูปของพ่อ” และอดีตเจ้าของห้องภาพนครศิลป์ ผู้ได้รับรางวัล นักถ่ายภาพไทยดีเด่น ประจำปี 2557 จากสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ
พิพิธภัณฑ์เล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 625 หมู่ 2 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล ภายในอัดแน่นด้วยภาพถ่ายหายากกว่า 575 ภาพ ที่เกี่ยวข้องกับ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ ภาพทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสงขลา เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวสตูลและของชาติ
ย้อนรอยภาพประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จเยือนสตูล 4 ครั้ง ภาพถ่ายในพิพิธภัณฑ์ยังคงเล่าเรื่องราวแห่งความทรงจำที่ตรึงอยู่ในใจชาวสตูลไม่เสื่อมคลาย กับการเสด็จเยือนจังหวัดสตูลของทั้งสองพระองค์ถึง 4 ครั้ง
ครั้งที่ 1 วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งจากจังหวัดสงขลา เพื่อทรงเยี่ยมพสกนิกรชาวสตูล ณ สนามทุ่งเฉลิมสุข หน้า รร.สตูลวิทยา จากนั้นเสวยพระกระยาหารกลางวันที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนเสด็จกลับจังหวัดสงขลา
ครั้งที่ 2 วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2518 เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งจากจังหวัดนราธิวาส สู่จังหวัดสตูล พระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน ณ สนามทุ่งเฉลิมสุข เสด็จทรงปลูกต้นราชพฤกษ์ที่มัสยิดมัมบัง และเยี่ยมโครงการนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ อำเภอควนกาหลง ก่อนเสด็จกลับจังหวัดนราธิวาส
ครั้งที่ 3 วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2519 เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งจากจังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามผลการดำเนินงานสวนสาธิตปาล์มน้ำมันอุเจริญ และเสด็จกลับในวันเดียวกัน
ครั้งที่ 4 วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระเจ้าลูกเธอสองพระองค์ เสด็จด้วยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งจากจังหวัดนราธิวาส สู่จังหวัดสตูล ทรงประกอบพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ ณ วัดดุลยาราม (วัดหลวงพ่อแก่) ตำบลฉลุง และทรงประกอบพิธีเปิด มัสยิดมำบัง เขตเทศบาลเมืองสตูล ก่อนเสด็จกลับจังหวัดนราธิวาสในช่วงค่ำ
คุณลินจง เล่าว่า เธอมีโอกาส ถวายงานรับเสด็จในครั้งที่ 2 และครั้งที่ 4 ซึ่งได้รับคัดเลือกจากหัวหน้าสำนักปลัดจังหวัดสตูลในขณะนั้น ซึ่งเป็นภาพจำที่ไม่เคยลืม ความปลื้มปีติที่ได้เห็นพระพักตร์อย่างใกล้ชิด และบันทึกภาพแห่งความจงรักภักดีไว้ด้วยหัวใจ
เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เธอกล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ แต่ก็ปฏิญาณกับตัวเองว่าจะสืบสานพระราชดำริของพระองค์ในการปลูกป่า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเก็บภาพไว้ให้ลูกหลานได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ด้วยความมุ่งมั่นและความจงรักภักดี ปี พ.ศ. 2566 เธอได้รับเกียรติบัตรผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น จากกรมศิลปากร ในฐานะผู้อนุรักษ์ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของสตูล ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางศิลปะและจิตใจ
แม้วันนี้วัยจะล่วงเข้าสู่เลข 8 แต่ “ลินจง โกยะวาทิน” ยังคงรับงานถ่ายภาพและแต่งภาพด้วยพู่กันอย่างประณีต โดยบางครั้งได้รับค่าจ้างสูงสุดถึง เกือบ 60,000 บาท ซึ่งสะท้อนถึงฝีมือและความอุทิศตนของช่างภาพรุ่นครูที่ยังไม่เคยเสื่อมคลาย
พิพิธภัณฑ์ “ห้องถ่ายภาพรูปของพ่อ” เปิดให้ประชาชน นักเรียน และนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมได้ฟรี โดยมีคุณลินจงเป็นผู้บรรยายเรื่องราวด้วยตนเอง ถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความรักในแผ่นดิน “อยากให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นคุณค่าของภาพถ่ายเก่า เพราะมันคือประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต และเป็นความทรงจำของพ่อและแม่ของแผ่นดิน” ลินจง โกยะวาทิน









