2 หลวงพี่ วัดดังชัยภูมิ พูดถากถางเรื่องเมียเก่า เถียงกันเดือด คว้ามีดฟัน เปิดปมอดีตสมัยยังไม่บวช มีสาวคนเดียวกัน ก่อนหวนมาเจอกันอีกครั้ง อ้างบันดาลโทสะ

วันที่ 28 ต.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น.ของวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูเขียว รับแจ้งเหตุพระลูกวัดใช้มีดไล่ฟันพระด้วยกัน ภายในวัดป่าแห่งหนึ่ง ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ

ที่เกิดเหตุพบพระลูกวัดและชาวบ้านใกล้เคียงช่วยกันแยกพระทั้ง 2 รูปออกจากกัน และช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้พระที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งถูกฟันเข้าที่หัวแม่โป้งมือซ้าย เป็นแผลฉกรรจ์หวิดขาด เลือดไหลนองพื้น

2 หลวงพี่ วัดดังชัยภูมิ พูดถากถางเรื่องเมียเก่า เถียงกันเดือด คว้ามีดฟัน เปิดปมอดีตสมัยยังไม่บวช มีสาวคนเดียวกัน ก่อนหวนมาเจอกันอีกครั้ง อ้างบันดาลโทสะ

2 หลวงพี่ วัดดังชัยภูมิ พูดถากถางเรื่องเมียเก่า เถียงกันเดือด คว้ามีดฟัน เปิดปมอดีตสมัยยังไม่บวช มีสาวคนเดียวกัน ก่อนหวนมาเจอกันอีกครั้ง อ้างบันดาลโทสะ

ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ พระชัยศิริ อายุ 45 พรรษา ส่วนผู้ก่อเหตุคือ พระพีรพล อายุ 27 พรรษา เพิ่งบวชได้เพียง 1 พรรษา ย้ายมาจำวัดที่วัดแห่งนี้เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยพระชัยศิริได้รับการนำส่งโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ แพทย์เย็บแผลบริเวณหัวแม่โป้งมือซ้ายจำนวน 7 เข็ม อาการพ้นขีดอันตราย

จากการสอบถาม พระลูกวัด ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ระหว่างนั่งอยู่หน้ากุฏิ ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย เมื่อมองไปก็เห็นพระพีรพลวิ่งไล่ฟันพระชัยศิริในความมืด ทั้งสองเคยมีเรื่องไม่ถูกกันมาก่อนตั้งแต่ยังไม่ได้บวช

ผู้บาดเจ็บคือ พระชัยศิริ อายุ 45 พรรษา

ผู้บาดเจ็บคือ พระชัยศิริ อายุ 45 พรรษา

ด้าน พระชัยศิริ ให้การว่า ก่อนบวชตนเคยมีภรรยาชื่อนามสมมติ “เปรี้ยว” ต่อมาภรรยาคนดังกล่าวได้เลิกรากันไป และไปคบหากับนายพีรพล ซึ่งภายหลังบวชเป็นพระพีรพล จนมีลูกด้วยกัน 1 คน

หลังจากเลิกรากัน ต่างฝ่ายต่างบวช เมื่อพระพีรพลย้ายมาจำวัดเดียวกัน ก็มีปากเสียงกันหลายครั้ง เนื่องจากพูดถากถางกันเรื่องอดีต จนกระทั่งค่ำวันนี้เกิดการทะเลาะรุนแรง และพระพีรพลใช้มีดตะขอตัดอ้อยไล่ฟันตน

ขณะที่ พระพีรพล ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า เหตุไม่ได้เกิดจากเรื่องภรรยาเก่า แต่เกิดจากการที่พระชัยศิริมาพูดยั่วและถากถางจนเกิดบันดาลโทสะ จึงคว้ามีดตะขอตัดอ้อยที่อยู่ใกล้ตัวฟันไปโดยไม่ยั้งคิด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวพระพีรพลไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ภูเขียว พร้อมตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายของพระทั้งสองรูป หากตรวจพบว่ามีการเสพสารเสพติด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน