เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองในพื้นที่ตามแนวชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับคำสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการเข้า-ออก ตามแนวชายแดนทุกจุดที่ติดกับประเทศเมียนมา หลังเกิดเหตุชาวไทใหญ่ ลอบข้ามแดนเข้ามาปล้นปืนราษฎรไทย ที่บ้านโท้งกองเต้า หมู่ 10 ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยอีก

โดยเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 22 เม.ย. พ.ต.ท.กัมปนาท รักษนาเวศ สว.สส.สภ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งจาก นายโยธิน วราฤทธิ์หิรัญกุล กำนันตำบลนาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า ว่าชาวบ้านโท้งกองเต้า หมู่ 10 ต.นาปู่ป้อม พบชายแปลกหน้าถืออาวุธปืนลูกซองยาวอยู่ในกระท่อมกลางไร่ของชาวบ้าน ภายหลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.สุรกิจ ศรีมนัส ผกก.สภ.ปางมะผ้า และ นายจรูญ สร้อยจิต นายอำเภอปางมะผ้า

จากนั้นประสานกำลัง เจ้าหน้าที่ทหารร้อย ร.1732 และ เจ้าหน้าที่ทหารชุด ชพส.1 ร่วมกันนำกำลังเข้าทำการปิดล้อมพื้นที่ร่วมกับ นายโยธิน วราฤทธิ์หิรัญกุล กำนันตำบลนาปู่ป้อม และนายพฤหัส สุนทรอิทธิศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านโท้งหลวง และนายกิตติ ดีมา ผู้ใหญ่บ้านโท้งกองเต้า ที่นำกำลังชุด ชรบ. เข้าร่วมสนับสนุน ก่อนจู่โจมเข้าจับกุมนายอู๋ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 39 ปี เชื้อชาติไทใหญ่ สัญชาติเมียนมา บ้านเดิมอยู่ เมืองลอยก่อว์ รัฐคะยา พร้อมอาวุปืนลูกซองยาว และกระสุน 8 นัด โดยระหว่างเข้าจับกุมนายอู๋ ต่อสู้ขัดขืนทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บหลายนาย

จากการสอบถามเบื้องต้น นายอู๋ ยอมรับเคยเป็นทหารกองกำลังไทใหญ่ อาศัยอยู่บนดอยไตแลง ต่อมาได้ลอบหนีทหารเข้ามาขโมยปืนแก๊ปของราษฎรในหมู่บ้าน จากนั้นหนีไปทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วเดินทางกลับมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ปางมะผ้า แถบตำบลนาปู่ป้อม จนถูกทหารไทใหญ่ติดตามจับกุมตัวกลับไปติดคุกบนดอยไตแลง เมื่อพ้นโทษก็กลับเข้ามาในหมู่บ้านโท้งกองเต้าแล้วไปขโมยปืนลูกซองยาวของราษฎรในหมู่บ้านจนมาถูกจับได้ในที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน