คุณตาชาวสิงคโปร์วัย 87 ปี ล้มศีรษะติดท่อในห้องน้ำนาน 18 ชม. ไร้ความช่วยเหลือ ก่อนเพื่อนบ้านพบเหตุ-นำส่งรักษาได้ทันการณ์ สะท้อนความเสี่ยงผู้สูงอายุอยู่ลำพัง
สื่อต่างประเทศรายงานเหตุการณ์สะเทือนใจของชายชาวสิงคโปร์วัย 87 ปี ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังในแฟลตย่านอัลจูนิด เครสเซนต์ เมื่อเขาล้มลงในห้องน้ำ และศีรษะติดค้างอยู่ระหว่างท่อน้ำเป็นเวลานานถึง 18 ชั่วโมง กว่าจะมีเพื่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยม และพบเหตุการณ์ดังกล่าว
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 พ.ย. ราว 4 ทุ่ม ตามข้อมูลจาก Shin Min Daily News ชายสูงอายุรายนี้มีนามสกุล “อู๋” และแม้จะต้องใช้รถเข็น แต่ปกติก็สามารถดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นมากนัก
อย่างไรก็ตาม วันนั้นอู๋เกิดพลาดล้มในห้องน้ำ ศีรษะของเขาไถลเข้าไปในช่องว่างระหว่างท่อน้ำทำให้ไม่สามารถขยับลุกขึ้นเองได้ เขาพยายามอยู่เป็นเวลานานแต่แรงกายเริ่มอ่อนแรงจนไม่สามารถขยับตัวได้ในที่สุด
กระทั่งเช้าวันถัดมา เพื่อน และอดีตเพื่อนบ้านนามสกุล “หลี่” ซึ่งมาเยี่ยมหาอู๋เป็นประจำสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง และมีกุญแจบ้านของอู๋ พยายามโทรหาเขาหลายครั้งแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้หลี่เริ่มสงสัยว่ามีบางอย่างผิดปกติ
จนถึงช่วงบ่ายของวันที่ 28 พ.ย. หลี่ตัดสินใจเดินทางไปที่แฟลตของอู๋ และเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าบ้านเงียบผิดปกติ ก่อนจะพบอู๋นอนอยู่บนพื้นห้องน้ำ ศีรษะยังติดอยู่ระหว่างท่อน้ำ พร้อมอาการอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เขาได้รับบาดเจ็บบริเวณหูขวา และไม่สามารถลืมตาได้ ขณะที่ภายในห้องน้ำพบร่องรอยของเหตุการณ์อยู่หลายจุด
หลี่รีบให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และช่วยนำศีรษะของอู๋ออกจากท่อน้ำ จากนั้นจึงโทรเรียกรถพยาบาล พร้อมพยายามพูดคุยปลอบใจเพื่อนผู้เคราะห์ร้ายตลอดเวลาเพื่อให้เขายังคงมีสติ จนกระทั่งทีมแพทย์เดินทางมาถึง และนำตัวอู๋ส่งโรงพยาบาล
หลังเข้ารับการรักษา แพทย์รายงานว่าอู๋อาการทรงตัว และพ้นขีดอันตรายแล้ว ซึ่งนับว่าโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความช่วยเหลือทันเวลา หลังติดอยู่ในสภาพอันตรายยาวนานเกือบหนึ่งวันเต็ม
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า ความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพังเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม ทั้งในด้านสภาพแวดล้อมในบ้าน การสังเกตอาการเสี่ยง และการมีเครือข่ายคนใกล้ชิดที่คอยติดต่อสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ