โดนอีกแล้ว ทัวร์ลงไกด์จีน บังคับใช้เงินซื้อของ ซ้ำยอดไม่ถึงเป้า ไม่ให้ขึ้นรถ – ขู่ยกเลิกทริป ทนไม่ไหวสุดท้ายต้องเรียกตำรวจช่วย

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ชายชาวสิงคโปร์พร้อมครอบครัวและเพื่อนรวม 23 คน จองทริปท่องเที่ยวเฉิงตู แต่พอไปถึงกลับกลายเป็นประสบการณ์สุดช็อก หลังถูกไกด์จีนบังคับให้ซื้อสินค้าในหลายร้าน พร้อมทั้งไม่ยอมให้ออกจากร้านจนกว่าจะซื้อของตามยอดที่กำหนด

ชอว์น โทค นักร้องชาวสิงคโปร์ วัย 31 ปี เปิดเผยกับสื่อว่า พ่อของเขาเห็นโฆษณาทัวร์เฉิงตูบนติ๊กต็อก จึงตัดสินใจจองแพ็กเกจ 9 วัน 8 คืน กับบริษัทนำเที่ยวจีน ราคา 1,600 หยวนหรือราว 7,200 บาทต่อคน โดยครอบครัวเคยใช้บริการทัวร์จีนมาก่อนและไม่เคยมีปัญหา

สองวันแรกของทริปเป็นไปตามปกติ แต่หลังกลับจากอุทยานจิ่วจ้ายโกวในวันที่สาม สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยไกด์จีนพาร้านขายเครื่องเงิน หยก และร้านยาสมุนไพรที่ไม่ได้อยู่ในแผนการเดินทาง ก่อนจะถูกไกด์เร่งรัดให้ลงจากรถและเข้าไปภายในร้าน

พ่อของเขา ซื้อหยกชิ้นหนึ่งราคา 7,000 หยวนหรือราว 31,600 บาท แต่คนอื่นไม่มีใครสนใจ จากนั้นไกด์จึงเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าว และประกาศชัดว่า “ออกไม่ได้จนกว่าจะซื้อครบตามยอด” ทำให้ทุกคนต้องอยู่ในร้านนานถึงสองชั่วโมง

ไกด์จีนบังคับให้ลูกทัวร์ใช้เงินตามเป้า ไม่งั้นยกเลิกทริป ไม่ทนโร่แจ้งตำรวจ

ไกด์จีนบังคับให้ลูกทัวร์ใช้เงินตามเป้า ไม่งั้นยกเลิกทริป ไม่ทนโร่แจ้งตำรวจ

สุดท้ายพ่อของเขาต้องซื้อหยกเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น และเพื่อนอีกคนก็ซื้อด้วย หลังจากนั้นกลุ่มจึงได้รับอนุญาตให้ออกไปได้ ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันยังเกิดซ้ำในร้านสมุนไพร

เขายังเผยอีกว่า ไกด์ให้ออกเดินทางตีห้าครึ่ง พร้อมนั่งรถยาว 6 ชั่วโมง และพูดตลอดทางจนทุกคนไม่มีเวลาพักผ่อน เมื่อสมาชิกบางส่วนไม่ไหว ขอพักที่โรงแรม

ทางบริษัททัวร์กลับขู่จะยกเลิกทริปทั้งหมด หากทั้ง 23 คนไม่เดินทางต่อ แม้กลุ่มจะยืนยันว่าหลายคนป่วยและอาเจียนก็ตาม ไกด์ยังตอบอย่างไม่แยแสว่า “จะอาเจียนบนรถก็ได้”

ในสัญญาทัวร์ไม่มีข้อกำหนดให้ต้องซื้อสินค้า กลุ่มของชายรายนี้จึงตัดสินใจแจ้งตำรวจจีน ซึ่งจัดการเรื่องอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งชั่วโมง ตัวแทนบริษัททัวร์และไกด์ถูกเรียกมาชี้แจง แม้พวกเขาจะปฏิเสธข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ช่วยให้กลุ่มนักท่องเที่ยวได้เงินคืนรวมกว่า 105,000 หยวนหรือราว 4.8 แสนบาท ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น กลุ่มของเขาตัดสินใจยกเลิกโปรแกรมทัวร์ที่เหลือ เปลี่ยนโรงแรม และเที่ยวต่อกันเอง

ขณะเดียวกัน เขาบอกว่า ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้นักท่องเที่ยวรีบขอความช่วยเหลือจากตำรวจหากเจอสถานการณ์คล้ายกัน “ผมรักจีนมากนะครับ เรากำลังคิดถึงทริปหน้าด้วยซ้ำ แค่จะเลือกบริษัททัวร์ให้ระวังมากขึ้น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน