กัมพูชาฟ้อง UNSC – เอเชียนิวส์เน็ตเวิร์ก พนมเปญโพสต์ และ สเตรตส์ไทมส์ รายงานว่า รัฐบาลกัมพูชายื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน
เกี่ยวกับสิ่งที่กัมพูชาระบุว่าเป็น “การโจมตีด้วยอาวุธที่ไร้เหตุผลและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ” ของกองกำลังไทยตามแนวชายแดนซึ่งถือเป็นการยกระดับข้อพิพาทจากความขัดแย้งทวิภาคีไปสู่ประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ
จากข้อความในจดหมายลงวันที่ 10 ธ.ค. ถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นายแก้ว เจีย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวหาว่ากองกำลังติดอาวุธของไทยละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงข้อตกลงหยุดยิงและสันติภาพที่มีอยู่ด้วยการรุกคืบปฏิบัติการทางทหารข้ามพรมแดนเข้ามาในดินแดนกัมพูชา

People cook their breakfast as they take refuge in Srey Snam, Siem Reap province, Cambodia Wednesday, Dec. 10, 2025, after fleeing from home following fighting between Thailand and Cambodia over territorial claims. (AP Photo/Heng Sinith)
คำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกิดการปะทะรุนแรงหลายวันในพื้นที่จังหวัดชายแดน รวมถึงจังหวัดพระวิหารและจังหวัดอุดรมีชัย กัมพูชากล่าวหาว่ากองกำลังไทยใช้อาวุธหนัก รถถัง ปืนใหญ่ โดรน เครื่องบินรบ และควันพิษในการโจมตีที่ลุกลามเข้าไปในพื้นที่พลเรือน
“ปฏิบัติการทางทหารเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างร้ายแรง รวมถึงข้อห้ามเด็ดขาดเกี่ยวกับการข่มขู่หรือการใช้กำลัง” นายแก้ว เจีย ยังเตือนอีกว่าสถานการณ์ในขณะนี้เป็นอันตรายอย่างชัดเจนร้ายแรงต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
จดหมายของกัมพูชายังระบุว่ากองกำลังไทยเปิดฉากยิงใส่ตำแหน่งของกองทัพกัมพูชาเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. และเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีในช่วงเช้าวันที่ 8 ธ.ค. ด้วยการระดมยิงอย่างต่อเนื่องในหลายจุด การโจมตีได้ลุกลามไปยังเขตพลเรือนที่ไม่ใช่เขตสู้รบในจังหวัดบันเตียเมียนเจย และเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ได้ลุกลามไปยังบางส่วนของจังหวัดจังหวัดโพธิสัตว์ (โปซัต) และจังหวัดพระตะบอง
กัมพูชาอ้างว่าการโจมตีดังกล่าวได้คร่าชีวิตและทำให้พลเรือนบาดเจ็บ ทำลายบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ สร้างความเสียหายให้กับแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการคุ้มครอง
รวมถึงพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศมาอย่างยาวนาน “การจงใจและโจมตีพื้นที่พลเรือนอย่างไม่เลือกเป้าหมายของไทยถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง”

กัมพูชาฟ้อง UNSC – Cambodia has formally asked the UN Security Council to take urgent action over what it described as “a series of unprovoked and escalating armed attacks” by Thai forces along their shared border, elevating the dispute from a bilateral conflict to an international security issue.
นอกจากนี้กัมพูชากล่าวหาอีกว่าไทยละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามเมื่อวันที่ 28 ก.ค.2568 และข้อตกลงสันติภาพที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นว่าจะแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติและงดเว้นการใช้กำลัง
นายแก้ว เจีย กล่าวว่ากัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ กองกำลังของกัมพูชาได้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด
โดยการงดเว้นการตอบโต้เป็นเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อเคารพข้อตกลงหยุดยิงและข้อตกลงสันติภาพกรุงกัวลาลัมเปอร์ ขณะเดียวกันก็สงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเองภายใต้มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ
จดหมายฉบับนี้ยังอ้างถึงข้อตกลงการกำหนดเขตแดนที่มีมาตั้งแต่สนธิสัญญาระหว่างฝรั่งเศสและสยามในปี 2447 และปี 2450 ซึ่งต่อมาได้รับการรับรองโดยศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) และได้รับการยืนยันอีกครั้งในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการกำหนดเขตแดนปี 2543
“กัมพูชาไม่ประสงค์ที่จะถูกบังคับให้พิจารณาวิธีการตอบโต้แบบอื่นนอกเหนือจากทางการทูตและการเจรจา”

กัมพูชาฟ้อง UNSC – In a Dec 10 letter to the Security Council president, Mr Keo Chhea, Cambodian Permanent Representative to the UN, accused the Thai armed forces of violating the UN Charter, international humanitarian law, and existing ceasefire and peace agreements by launching cross-border military operations into Cambodian territory.
นายแก้ว เจีย ย้ำในเอกสารซึ่งระบุเพิ่มเติมว่ารัฐบาลกัมพูชาเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติประณามการกระทำของไทย เรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที และเรียกร้องให้ปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเต็มที่
รวมถึงขอให้ส่งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระของสหประชาชาติไปตรวจสอบการละเมิดที่ถูกกล่าวหา กำหนดความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพลเรือนและความเสียหายทางวัตถุ โดยการอ้างถึงมาตรา 34 และ 35 ของกฎบัตรสหประชาชาติ
กัมพูชาขอให้คณะมนตรีความมั่นคงพิจารณาความรุนแรงบริเวณชายแดนไม่ใช่เพียงแค่ข้อพิพาททวิภาคีแต่เป็นเรื่องที่ต้องได้รับความสนใจจากนานาชาติ การกระทำของไทยไม่เพียงโจมตีกัมพูชาเท่านั้นแต่ยังเป็นการดูหมิ่นโดยตรงต่อระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศและอำนาจของคณะมนตรีนี้

This shows a house which, Thai local security forces say, was damaged by a Cambodian artillery strike in Surin province, Thailand, Thursday, Dec. 11, 2025. (AP Photo/Sakchai Lalit)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง: