คู่รักซื้อโบสก์เก่า 900 ปีในเวลส์ ราคา 17.5 ล้าน หวังเนรมิตเป็นบ้านในฝัน ผงะเจอโครงกระดูก ฝังอยู่ใต้พื้นบ้านกว่า 83 ร่าง ตัดสินใจสร้างทับ เพื่เคารพผู้เสียชีวิต
วันที่ 1 ก.พ. 26 คู่รักชาวเวลส์ต้องเผชิญเรื่องชวนขนลุก ระหว่างรีโนเวทโบสถ์เก่าอายุเกือบ 900 ปีให้กลายเป็นบ้านในฝัน หลังขุดพื้นอาคารแล้วพบโครงกระดูกมนุษย์มากถึง 83 ร่าง ฝังอยู่ด้านล่าง จากที่เคยได้รับแจ้งว่าจะพบเพียงไม่กี่ศพเท่านั้น
ลูซี โธมัส วัย 53 ปี และรีส์ โธมัส วัย 45 ปี ตัดสินใจซื้อโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ ตั้งอยู่ที่เมืองปีเตอร์สโตน เวนท์ลูจ เวลส์ ในราคา 17.5 ล้านบาทจากการประมูล หลังเห็นประกาศขายและหลงใหลในเสน่ห์ของอาคารประวัติศาสตร์ที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1142
ก่อนซื้อทั้งคู่ได้รับการแจ้งเตือนว่าอาจพบศพฝังอยู่ใต้พื้นประมาณ 5–6 ร่าง เนื่องจากในอดีตมักมีการฝังศพบุคคลสำคัญ คนมีฐานะ หรือผู้นำทางศาสนาไว้ภายในโบสถ์

คู่รักซื้อโบสก์เก่า 900 ปีในเวลส์ ราคา 17.5 ล้าน หวังเนรมิตเป็นบ้านในฝัน
แต่เมื่อเริ่มขุดพื้นจริง โดยมีนักโบราณคดีควบคุมการทำงาน กลับพบว่า มีศพปรากฏขึ้นร่างแล้วร่างเล่า เกินกว่าที่คาดไว้หลายเท่า
ลูซีเล่าว่า ตอนแรกยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก แต่เมื่อพบว่าหลายศพถูกฝังรวมกันเป็นครอบครัว ทั้งสามีภรรยา และพ่อแม่กับลูก ทั้งคู่จึงตัดสินใจเคารพผู้เสียชีวิตด้วยการปล่อยให้โครงกระดูกทั้งหมดอยู่ในที่เดิม และออกแบบการก่อสร้างใหม่ครอบทับลงไปแทน
สุดท้าย พวกเขาปูพื้นใหม่ทับโครงกระดูกทั้งหมด พร้อมติดตั้งระบบทำความร้อนใต้พื้น โดยใช้เวลารีโนเวทนานกว่า 4 ปี เดิมทั้งคู่เข้าใจว่าอาคารแห่งนี้ถูกปรับเป็นบ้าน 5 ห้องนอนแล้ว
แต่เมื่อเข้าไปดูสถานที่จริงกลับพบว่ายังคงเป็นโบสถ์เก่าแทบทั้งหมด ต้องรื้อและสร้างใหม่เกือบทั้งหลัง โดยช่วง 18 เดือนแรกแทบทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องรออนุญาตจากทางการท้องถิ่น
ทั้งคู่ลงมือศึกษาด้วยตัวเอง เรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตและกลุ่มอาคารอนุรักษ์ พร้อมรักษาองค์ประกอบดั้งเดิมของโบสถ์ไว้มากที่สุด

คู่รักซื้อโบสก์เก่า 900 ปีในเวลส์ ราคา 17.5 ล้าน หวังเนรมิตเป็นบ้านในฝัน
ขณะเดียวกันก็เติมความทันสมัยเข้าไป เช่น กระจกสองชั้น โต๊ะสนุกเกอร์ เปียโน บาร์ส่วนตัว และอ่างน้ำร้อนขนาดใหญ่
จากโบสถ์ร้างในอดีต ปัจจุบันถูกแปลงโฉมเป็น บ้านหรู 6 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ และเปิดให้เช่าบน Airbnb เรียบร้อยแล้ว
ลูซีกล่าวทิ้งท้ายว่า ครอบครัวภูมิใจอย่างมากกับผลงานชิ้นนี้ และแม้จะเป็นโครงการที่ท้าทายที่สุดในชีวิต แต่หากย้อนเวลากลับไปได้ พวกเขาก็ยังจะเลือกทำเช่นเดิมอีกครั้ง
ขอบคุณที่มา สื่อต่างประเทศ
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์