กล้าลองไหม? ญี่ปุ่นผุดเทรนด์แปลก “นอนโลงศพฝึกสมาธิ” เปิดประสบการณ์มองชีวิตผ่านความตาย ช่วยเยียวยาจิตใจ-ลดความเครียด ฮิตในหมู่คนรุ่นใหม่

6 มีนาคม 2569 – กระแสสุดแปลก แต่กำลังได้รับความสนใจในประเทศญี่ปุ่น คือกิจกรรม “นอนโลงศพฝึกสมาธิ” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้นอนอยู่ภายในโลงศพจริง ๆ เพื่อใช้เวลาทบทวนชีวิต และเผชิญหน้ากับแนวคิดเรื่องความตายอย่างมีสติ

สิ่งที่เริ่มต้นจากบริการทดลองของบริษัทรับจัดงานศพในจังหวัดชิบะ ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่แสวงหาความสงบทางจิตใจ และแนวคิดแบบ “เซน”

กิจกรรมดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย แม้อาจให้ความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ก็ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้หยุดพักจากโลกภายนอก เพื่อใคร่ครวญถึงความหมายของชีวิต หลายคนมองว่าประสบการณ์นี้ไม่ต่างจากการ “รีเซ็ตจิตใจ” หรือชาร์จพลังให้ตัวเองอีกครั้ง

อยากเปิดหรือปิด

อยากเปิดหรือปิด? ประสบการณ์นอนโลงศพ 30 นาที ที่ผู้สนใจสามารถเลือกเองได้ – ภาพจาก Kanoke-in.com

แม้แนวคิดเรื่องนี้ อาจฟังดูเหมือนลูกเล่นแปลกใหม่สำหรับชาวต่างชาติ แต่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แนวคิดเรื่อง “คุโยะ” หรือพิธีรำลึกถึงผู้ล่วงลับนั้นมีรากฐานมาอย่างยาวนาน แนวคิดนี้สะท้อนถึงมุมมองของสังคมญี่ปุ่นที่ยอมรับความเปราะบางของชีวิต และมองว่าความตายเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรธรรมชาติ

โดยกระแสนอนโลงศพฝึกสมาธิ ยังได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัญหาอัตราการจบชีวิตของเยาวชนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้หลายภาคส่วนพยายามคิดวิธีใหม่ ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ และรณรงค์เรื่องสุขภาพจิต

ธุรกิจที่เปิดบริการลักษณะนี้ระบุว่า การนอนอยู่ในโลงศพอย่างเงียบสงบ ช่วยให้ผู้คนได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ลดความเครียด และทำให้จิตใจสงบลง บางคนอธิบายว่าประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ได้คิดทบทวนชีวิตในมุมมองที่ลึกขึ้นกว่าปกติ

ช่วยลดอัตราการจบชีวิต

ผู้สนับสนุนเชื่อเทรนด์ ‘นอนโลงศพฝึกสมาธิ’ ช่วยลดอัตราการจบชีวิตของเยาวชนในญี่ปุ่น – ภาพจาก Grave Tokyo

ปัจจุบันกิจกรรมนี้พัฒนาไปไกลถึงขั้นมีโลงศพหลายดีไซน์ให้เลือกตามบุคลิกของผู้เข้าร่วม ตั้งแต่โลงไม้เรียบ ๆ ไปจนถึงโลงสีสันสดใสหรือสไตล์น่ารักในสปาแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ซึ่งออกแบบโดยบริษัท “เกรฟ โตเกียว” เพื่อสร้างประสบการณ์ทำสมาธิที่ทำให้ผู้คน “มองเห็นคุณค่าของชีวิตผ่านการตระหนักถึงความตาย”

ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกประสบการณ์ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหรือปิดฝาโลง ระหว่างเซสชันทำสมาธิ 30 นาที ราคาประมาณ 400 บาท รวมถึงเลือกเปิดดนตรีบำบัด ให้มีวิดีโอฉายบนเพดาน หรือเลือกความเงียบสงบอย่างสมบูรณ์ เพื่อจดจ่อกับตัวเอง

มิกาโกะ ฟุเซะ นักออกแบบโลงศพ และผู้ก่อตั้งแนวคิดนี้ ระบุว่า เธอต้องการให้ผู้คนมองเห็นว่าความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไป แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงคุณค่าของชีวิต เธอกล่าวว่า ก่อนที่ใครจะตัดสินใจเลือก “ความตายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้” เธออยากให้พวกเขาได้ลองสัมผัส “ความตายที่ย้อนกลับได้” ผ่านประสบการณ์นี้เสียก่อน

ที่มา: New York Post

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ฮือฮา! ญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์พระ AI “บุดดารอยด์” ช่วยวัดสู้วิกฤตสงฆ์ลดลง สามารถเทศน์ธรรม พร้อมให้คำปรึกษาได้แบบเรียลไทม์ หวังรักษาศรัทธาในยุคดิจิทัล

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน