IUCN เผย เพนกวินจักรพรรดิ หายไปเกือบ 60% ใน 25 ปี จัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างเป็นทางการ ย้ำทางรอดเดียวต้องช่วยกันควบคุมอุณหภูมิโลก

สถานการณ์ของเพนกวินจักรพรรดิ สัตว์สัญลักษณ์แห่งทวีปแอนตาร์กติกากำลังน่าเป็นห่วง หลังสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ประกาศปรับสถานะของเพนกวินจักรพรรดิ

โดยเพนกวินจักรพรรดิถูกปรับจากระดับ “ใกล้ถูกคุกคาม” เป็น “ใกล้สูญพันธุ์” อย่างเป็นทางการ เนื่องจากกำลังเผชิญวิกฤตการอยู่รอดครั้งรุนแรงที่สุดจากปัญหาน้ำแข็งทะเลละลาย

เหตุใดจำนวนเพนกวินจักรพรรดิจึงลดลง?

IUCN ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เพนกวินจักรพรรดิเข้าสู่ภาวะวิกฤต เมื่อแผ่นน้ำแข็งทะเลที่ใช้เป็นแหล่งผสมพันธุ์แตกตัวเร็วกว่าที่ลูกเพนกวินจะเติบโตพอ การขยายพันธุ์จึงล้มเหลว นอกจากนี้ การขาดแคลนน้ำแข็งที่มั่นคงยังทำให้พวกมันสูญเสียพื้นที่อยู่อาศัยและหาอาหารได้ยากขึ้น

จำนวนลดลงมากเพียงใด?

ประชากรเพนกวินจักรพรรดิกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 2.2 ล้านตัวในปี 1999 เหลือเพียง 940,000 ตัวในปัจจุบัน หรือหายไปเกือบ 60% ภายในเวลาเพียง 25 ปี

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ ภายในปี 2080 จำนวนเพนกวินจักรพรรดิทั่วโลกอาจเหลือน้อยกว่า 450,000 ตัว

โรคระบาดเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคาม

นอกจากภาวะโลกร้อนแล้ว โรคก็เป็นอีกปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรงที่เริ่มแพร่ระบาดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางซีกโลกใต้ แม้ขณะนี้ภัยคุกคามต่อพื้นที่ขั้วยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ภาวะโลกร้อนอาจเร่งการแพร่กระจายของไวรัส ทำให้สัตว์ขั้วโลกเหล่านี้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากหลายด้านพร้อมกัน

ทางรอดของเพนกวินจักรพรรดิ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากต้องการรักษาเพนกวินจักรพรรดิไว้ในธรรมชาติ ประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องปฏิบัติตาม ข้อตกลงปารีส อย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาเซลเซียส พร้อมลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวและการเดินเรือต่อถิ่นอาศัย เพื่อให้เพนกวินสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกชนิดนี้ยังมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสืบพันธุ์ต่อไป.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน