หญิงชาวจีนวัย 58 ปี “ดื่มสิ่งนี้เป็นประจำทุกวัน” เพราะคิดว่าดีต่อสุขภาพ ช็อก! สุดท้ายป่วยไขมันพอกตับรุนแรง นักโภชนาการเตือน ไม่ใช่แอลกอฮอล์ แต่แฝงภัยเงียบ
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ หญิงชาวจีนวัย 58 ปีรายหนึ่งถึงกับช็อก เมื่อทราบผลตรวจสุขภาพ เพราะตลอดชีวิตเธอรับประทานอาหารแบบเรียบง่าย ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงอาหารมันหรือของทอด อีกทั้งยังใส่ใจสุขภาพด้วยการคั้นน้ำส้มสดดื่มทุกเช้า
ทว่าเมื่อเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ กลับถูกแพทย์วินิจฉัยว่าเป็น “ไขมันพอกตับระดับรุนแรง” จนเจ้าตัวถึงกับตั้งคำถามว่าเกิดความผิดปกติอะไรกับร่างกาย
นักโภชนาการชื่อดังเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในความเข้าใจผิดด้านสุขภาพที่พบได้บ่อย หลายคนมักเชื่อว่าไขมันพอกตับเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์หรือรับประทานอาหารมันเป็นหลัก แต่แท้จริงแล้ว “น้ำผลไม้” ที่ดูเหมือนดีต่อสุขภาพ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ถูกมองข้าม

เธออธิบายว่า น้ำตาลในผลไม้คือ “ฟรุกโตส” ซึ่งแตกต่างจากกลูโคส โดยเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะต้องถูกตับประมวลผลเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะในรูปแบบของน้ำผลไม้ที่ผ่านการคั้นและกรองกากออก จะทำให้ฟรุกโตสในรูปของเหลวไหลเข้าสู่ตับอย่างรวดเร็ว
“ฟรุกโตสในรูปของเหลวเปรียบเหมือนคลื่นสึนามิที่ถาโถมเข้าสู่ตับในทันที” นักโภชนาการระบุ
พร้อมอธิบายว่า หากรับประทานผลไม้ทั้งผล ใยอาหารจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล แต่เมื่อนำผลไม้หลายลูกมาคั้นเป็นน้ำและกรองเอาใยอาหารออก ฟรุกโตสจำนวนมากจะเข้าสู่ตับในเวลาอันสั้น เมื่อร่างกายไม่สามารถจัดการได้ทัน ก็จะเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์และสะสมรอบตับ กลายเป็นไขมันพอกตับในที่สุด

ทั้งนี้ นักโภชนาการยังแนะนำ 2 วิธีสำคัญในการ “ฟื้นฟูตับ” ได้แก่
1. รับประทานผลไม้ทั้งผล แทนการดื่มน้ำผลไม้
ควรบริโภคผลไม้โดยการเคี้ยว เพื่อคงใยอาหารและเนื้อผลไม้ ซึ่งช่วยเพิ่มความอิ่มและทำให้ฟรุกโตสถูกดูดซึมอย่างช้า ๆ ลดภาระการทำงานของตับ
2. ควบคุมปริมาณผลไม้ต่อวัน
แม้ผลไม้จะมีประโยชน์ แต่ควรจำกัดปริมาณรวมต่อวัน และควรเพิ่มพื้นที่ในมื้ออาหารให้กับผักใบเขียวและโปรตีนคุณภาพ เช่น เต้าหู้ เนื้อไก่ หรือไข่ต้ม เพื่อช่วยให้ตับได้รับสารอาหารที่เพียงพอในการฟื้นฟู
นักโภชนาการย้ำว่า ไขมันพอกตับเป็นภาวะที่สามารถฟื้นฟูรักษาได้ หากปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้ตับฟื้นตัวและกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง
ที่มา SOHA