สิงคโปร์ ประหารชีวิตชายวัย 46 ฐานลักลอบนำเข้ากัญชากว่า 1 กก. เข้าประเทศ หลังยื่นอุทธรณ์ – ขออภัยโทษหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ทิ้งภรรยาและลูก 2 คนไว้ข้างหลัง

วันที่ 19 เม.ย. 69 สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ชายชาวสิงคโปร์วัย 46 ปี ถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2026 หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบนำเข้ากัญชามากกว่า 1 กิโลกรัม โดยมีการยื่นคำอุทธรณ์และการยื่นขออภัยโทษหลายครั้งแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ

สำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางของสิงคโปร์ (CNB) เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2018 ขณะที่ชายรายดังกล่าวเดินทางจากมาเลเซียเข้าสู่สิงคโปร์ผ่านด่าน Woodlands Checkpoint

โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบกระเป๋าของเขาที่ภายในมีห่อบรรจุกัญชา 3 ห่อ ห่อด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ พลาสติก และหนังสือพิมพ์

ภายหลังของกลางถูกส่งไปตรวจสอบโดยหน่วยงานวิทยาศาสตร์สุขภาพ (HSA) และยืนยันว่ามีปริมาณกัญชาไม่น้อยกว่า 1,009.1 กรัม ซึ่งเพียงพอสำหรับผู้เสพประมาณ 144 คนเป็นเวลา 1 สัปดาห์

ในชั้นศาล จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ทราบว่าของในห่อเป็นยาเสพติด และอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ให้รับสารภาพ โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่บางรายขู่จะทำร้ายร่างกาย

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

อย่างไรก็ตาม ศาลสูงพิจารณาแล้วพบว่าคำให้การของจำเลยมีความไม่สอดคล้องกัน และไม่น่าเชื่อถือ ขณะที่คำให้การของเจ้าหน้าที่มีความตรงกันและได้รับการสนับสนุนจากภาพจากกล้องวงจรปิด

ศาลสูงตัดสินว่าจำเลยทราบถึงลักษณะของสิ่งของและมีเจตนานำเข้ากัญชาเข้าสิงคโปร์ จึงมีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะยืนตามคำตัดสินเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2021

หลังคำตัดสิน จำเลยได้ยื่นคำร้องหลังอุทธรณ์รวม 4 ครั้ง แต่ทั้งหมดถูกปฏิเสธ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2026 เขายื่นคำร้องขอเปิดพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างประเด็นการถูกข่มขู่จากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง แต่ศาลอุทธรณ์ชี้ว่าเป็นประเด็นเดิมที่เคยพิจารณาแล้ว และไม่มีหลักฐานใหม่เพียงพอ จึงยกคำร้อง

ก่อนหน้านั้น ครอบครัวได้รับแจ้งกำหนดการประหารชีวิตตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2026 และภรรยาของเขาได้ยื่นคำร้องขออภัยโทษต่อประธานาธิบดีสิงคโปร์ แต่ไม่เป็นผล

สิงคโปร์ย้ำโทษประหารใช้กับคดียาเสพติดร้ายแรงเท่านั้น

CNB ระบุว่า โทษประหารชีวิตในสิงคโปร์ใช้เฉพาะกับอาชญากรรมร้ายแรง รวมถึงการลักลอบนำเข้าหรือค้ายาเสพติดในปริมาณมาก เนื่องจากส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้เสพ ครอบครัว และสังคมโดยรวม

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตทิ้งภรรยาและบุตร 2 คนไว้เบื้องหลัง โดยครอบครัวเคยอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนีก่อนเกิดเหตุ

ขอบคุณที่มา mustsharenews

เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน