พระจีนสายโปรเพลเยอร์ โต้ดราม่า “เล่นเกมไม่ขัดธรรมะ” เปรียบเคาน์เตอร์-สไตรก์เหมือนหมากรุก ชี้ช่วยฝึกสมาธิและพัฒนาตนเอง แต่ต้องมีสติ ไม่ตกเป็นทาสของมัน

พระสงฆ์ระดับอาวุโสในประเทศจีนกลายเป็นกระแสพูดถึงบนโลกออนไลน์ หลังปรากฏตัวในบทบาท “พระสายเกม” ที่ชื่นชอบการเล่นวิดีโอเกมอย่างจริงจัง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ากิจกรรมดังกล่าวอาจไม่เหมาะสมกับสมณเพศ

พระหัวเหยียน จากวัดหมิงเจียว ในเมืองเหอเฟย มณฑลอันฮุย บวชเป็นพระมานานกว่า 20 ปี โดยเขาเริ่มเล่นเกมตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนประถมในช่วงต้นยุค 2000 และมีเกมโปรดคือ เคาน์เตอร์-สไตรก์ (Counter-Strike) ซึ่งถือเป็นเกมแนวยิงที่มีการแข่งขันสูง

พระอาจารย์หัวเหยียน

พระอาจารย์หัวเหยียน ในภาพด้านบน กำลังมีสมาธิจดจ่ออยู่หน้าจอขณะเล่นเกม – ภาพจาก Baidu

ด้วยฝีมือที่ไม่ธรรมดา เขาเคยไต่ระดับไปถึงแรงก์ “Legendary Eagle Master” ซึ่งเป็นระดับสูงในเกมดังกล่าว อีกทั้งยังเคยลงทุนซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์มูลค่าสูงถึง 40,000 หยวน หรือประมาณ 192,000 บาท เพื่อใช้พัฒนาทักษะการเล่น

แม้จะเป็นพระ แต่วัดที่เขาสังกัดไม่ได้มีนโยบายห้ามหรือสนับสนุนการเล่นเกมโดยตรง โดยพระหัวเหยียนย้ำชัดว่า “เส้นแบ่ง” สำคัญของเขาคือการไม่ปล่อยให้ตัวเองเสพติด และยังคงรักษาวินัยทางศาสนา

อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่าเกมอย่างเคาน์เตอร์-สไตรก์ ซึ่งมีภาพความรุนแรง อาจไม่เหมาะกับนักบวช และถึงขั้นวิจารณ์ว่าอาจเป็น “บาป” แต่พระหัวเหยียนมองต่างออกไป โดยชี้ว่าสิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่างโลกเสมือนกับโลกความเป็นจริง

ความชื่นชอบ

พระหัวเหยียนยิ้มอย่างอารมณ์ดีระหว่างการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความชื่นชอบที่ไม่ธรรมดาในชีวิตของเขา – ภาพจาก Baidu

เขาอธิบายว่า การ “ฆ่า” ในเกมเป็นเพียงกลไกเพื่อพัฒนาทักษะ เปรียบได้กับการเอาชนะคู่แข่งในเกมหมากรุก ซึ่งไม่ได้ขัดต่อหลักธรรม พร้อมตั้งคำถามกลับว่า หากใช้ตรรกะเดียวกัน คนที่เล่นเกมช่วยชีวิตผู้อื่นก็ควรได้ขึ้นสวรรค์ทันทีเช่นกัน

พระหัวเหยียนยังเชื่อว่า การเล่นเกมเป็น “กิจกรรมที่ดี” เพราะเปิดโอกาสให้ได้สื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่น และฝึกความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญในการพัฒนาตนเองทั้งในทางโลกและทางธรรม

ความรุนแรง

พระหัวเหยียนในภาพด้านบนกล่าวว่า เขาไม่ได้กังวลกับลักษณะความรุนแรงและเลือดสาดของเกมดังกล่าว – ภาพจาก Baidu

สำหรับชีวิตส่วนตัว เขาเติบโตในนครเซี่ยงไฮ้กับแม่ที่หย่าร้าง และเริ่มสนใจพุทธศาสนาตั้งแต่วัยเด็ก แม้จะถูกคัดค้านอย่างหนักในช่วงแรก แต่ท้ายที่สุดครอบครัวก็ยอมรับเส้นทางที่เขาเลือก

พระหัวเหยียนทิ้งท้ายว่า ทั้งเกมและศาสนาล้วนมีจุดร่วม คือช่วยให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น เพราะทั้งสองสิ่งต้องอาศัย “สมาธิ” และการยอมรับ “ความไม่เที่ยง” ของชีวิต ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของการดำเนินชีวิตอย่างมีสติ

ที่มา: South China Morning Post

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ฮือฮา! ญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์พระ AI “บุดดารอยด์” ช่วยวัดสู้วิกฤตสงฆ์ลดลง สามารถเทศน์ธรรม พร้อมให้คำปรึกษาได้แบบเรียลไทม์ หวังรักษาศรัทธาในยุคดิจิทัล

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน