ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ! เซลฟี่ “ชูสองนิ้ว” อาจเสี่ยงข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล ผู้เชี่ยวชาญชี้กล้องมือถือยุคใหม่และเทคโนโลยี AI สามารถดึงรายละเอียดจากภาพถ่ายได้

ท่าโพส “ชูสองนิ้ว” หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘V Sign’ ซึ่งมักใช้เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะและสันติภาพ ได้กลายเป็นวัฒนธรรมการถ่ายภาพที่แพร่หลายทั่วโลกมานานหลายทศวรรษ อย่างไรก็ตาม ในยุคที่เทคโนโลยีกล้องความละเอียดสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ท่าทางธรรมดานี้กลับถูกจับตามองในมุมของความปลอดภัยไซเบอร์มากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยออกมาเตือนว่า การถ่ายภาพเซลฟี่โดยชูนิ้ว “V” อาจทำให้ปลายนิ้วมือปรากฏรายละเอียดที่มากพอสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลชีวมิติ โดยเฉพาะลายนิ้วมือ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ยืนยันตัวตนในระบบความปลอดภัยยุคใหม่

โพสยอดนิยม

วัยรุ่นสองคนกำลังถ่ายเซลฟี่ด้วยท่า “ชูสองนิ้ว” โพสยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย – ภาพประกอบ

กรณีดังกล่าวถูกยกตัวอย่างโดย หลี่ ชาง ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยชาวจีน ซึ่งได้ปรากฏตัวในรายการเรียลลิตี้โชว์ และนำภาพเซลฟี่ของคนดังมาใช้สาธิตให้เห็นว่า รายละเอียดบนปลายนิ้วสามารถมองเห็นได้ชัดเจนเพียงใดเมื่อถ่ายภาพในมุมที่เหมาะสม

จากการวิเคราะห์ของเขา การถ่ายภาพในระยะใกล้น้อยกว่า 1.5 เมตร โดยมีการหันนิ้วเข้าหากล้องโดยตรง มีโอกาสสูงที่จะดึงข้อมูลลายนิ้วมือได้อย่างครบถ้วน ขณะที่ระยะไกลถึงประมาณ 3 เมตร ก็ยังสามารถกู้คืนข้อมูลได้บางส่วน

สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้น่ากังวลมากขึ้น คือการเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยี AI ซึ่งสามารถปรับปรุงภาพที่มีความละเอียดต่ำให้คมชัดขึ้น จนทำให้รายละเอียดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น “ลายนิ้วมือ” กลับปรากฏเด่นชัดขึ้นมาได้

เทคโนโลยี AI

เทคโนโลยี AI ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพ อาจทำให้รายละเอียดที่มองไม่เห็น เช่น ลายนิ้วมือ ปรากฏชัดขึ้น – ภาพประกอบ

ในรายการเดียวกัน หลี่ ชางได้สาธิตให้ผู้ชมเห็นว่า เมื่อใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพร่วมกับ AI ภาพที่ดูเบลอสามารถถูกปรับให้มีรายละเอียดของลายนิ้วมือชัดเจนขึ้นอย่างน่าตกใจ สร้างความตื่นตัวให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก

ด้าน จิง จิ่ว ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการเข้ารหัสลับจากสถาบันวิทยาศาสตร์จีน ได้ยืนยันว่า ในเชิงเทคนิค การใช้ภาพถ่ายความละเอียดสูงร่วมกับท่าทาง “V Sign” สามารถนำไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลมือและลายนิ้วมือได้จริงในบางกรณี

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายฝ่ายได้ออกมาชี้แจงว่า การขโมยลายนิ้วมือจากภาพถ่ายเพื่อเจาะระบบความปลอดภัยชีวมิติ “ยังไม่ใช่เรื่องง่าย” เนื่องจากต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน เช่น แสง มุมกล้อง ความคมชัด รวมถึงมักต้องใช้ภาพหลายใบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ

แม้จะยังไม่ถือว่าเป็นภัยที่เกิดขึ้นได้ง่าย แต่ผู้เชี่ยวชาญก็แนะนำให้ผู้ใช้ระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ชอบถ่ายเซลฟี่ หากจำเป็นควรหลีกเลี่ยงการเปิดเผยปลายนิ้วโดยตรง หรือใช้การปรับแต่งภาพ เช่น การเบลอปลายนิ้วก่อนโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เพื่อลดความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยในระยะยาว

ที่มา: Odditycentral

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ช็อก! หญิงไต้หวันวัย 59 ปี ถูกจับกุม หลังลอบปีนขึ้นรถเคลื่อนศพเพื่อขโมย ‘ลายนิ้วมือ’ ของผู้เสียชีวิต นำไปใช้ปลอมแปลงสัญญากู้เงิน

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน