ทำความรู้จัก “แม่หมอชีส” หมอดูชื่อดัง ทำนายดวงชะตาจาก “ก้อนชีส” อ้างว่าสามารถบอกอนาคตได้ จะใช้ของถูฏ หรือแพง ก็เชื่อมจิตได้
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ เจน บิลล็อก หญิงชาวชิคาโกผู้เรียกตัวเองว่า “Cheese Witch” หรือ “แม่มดชีส” กำลังได้รับความสนใจจากวิธีทำนายดวงชะตาอันแปลกไม่เหมือนใคร โดยแทนที่จะใช้ไพ่ทาโรต์ ใบชา หรือเส้นลายมือ เธอกลับใช้ “ชีส” เป็นเครื่องมือในการอ่านอนาคต
บิลล็อกเล่าว่า ความผูกพันกับชีสเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก หลังเธอเคยเห็นห้องบ่มชีสกับพ่อแม่และรู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
ต่อมาในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 งานเขียนด้านท่องเที่ยวของเธอต้องหยุดชะงัก ทำให้เธอเริ่มค้นหาวิธีดูดวงแปลกใหม่เกี่ยวกับอาหารผ่านอินเทอร์เน็ต และได้พบกับศาสตร์ที่เรียกว่า “Tyromancy” หรือ การทำนายด้วยชีส

“ตอนนั้นฉันค้นหาวิธีดูดวงประหลาด ๆ ด้วยอาหาร แล้วก็เจอเรื่องการอ่านชีส จากนั้นมันก็กลายเป็นความหลงใหลเล็ก ๆ ของฉัน” เธอกล่าว
ก่อนหน้านี้ บิลล็อกมีพื้นฐานด้านการอ่านไพ่ทาโรต์อยู่แล้ว เธอจึงนำหลักการตีความของไพ่ทาโรต์มาปรับใช้กับการอ่านลวดลาย เนื้อสัมผัส และรอยแตกบนชีส
ศาสตร์ Tyromancy มีประวัติย้อนไปถึงศตวรรษที่ 2 และเคยได้รับความนิยมในอังกฤษยุคกลาง โดยถูกใช้เพื่อตัดสินความผิดของอาชญากร รวมถึงทำนายผลผลิตทางการเกษตรในแต่ละฤดูกาล
วิธีการดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับการอ่านกากกาแฟหรือใบชา กล่าวคือ ผู้ทำนายจะตีความเรื่องราวจากรูปร่าง ลวดลาย และพื้นผิวที่ปรากฏบนอาหาร
บิลล็อกอธิบายว่า เธอจะจดจ่ออยู่กับชีสเพียงอย่างเดียว ก่อนที่ข้อความบางอย่างจะ “ผุดขึ้นมาในหัว” ราวกับมีเสียงบอกว่า “คุณต้องพูดสิ่งนี้”

เธอให้บริการดูดวงทั้งแบบพบตัวและออนไลน์ โดยมักให้ลูกค้าเลือกชีสด้วยตนเอง เพราะเชื่อว่ามี “พลังเชื่อมโยง” ระหว่างผู้เลือกกับชีสที่ถูกเลือก
ในการดูดวงแต่ละครั้ง ลูกค้าจะใช้ชีส 4 ชิ้น โดย 3 ชิ้นแรกแทนอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ส่วนชิ้นที่ 4 ใช้สำหรับตอบคำถามหรือช่วยแก้ปัญหาเฉพาะเรื่อง
ผู้สื่อข่าวที่เข้าร่วมทดลองดูดวงออนไลน์กับบิลล็อก ได้ส่งภาพชีส Cambozola และ Manchego ให้เธอล่วงหน้า โดยเธอตีความจากลวดลายภายในชีสสีน้ำเงินว่า มีความสัมพันธ์แบบเนื้อคู่ที่ยังคงมั่นคง แต่ก็อาจมีปัญหาสุขภาพบางอย่างเกิดขึ้น
ส่วนชีส Manchego เธอเห็นสัญญาณด้านอาชีพว่า ผู้สื่อข่าวกำลังจะก้าวออกจากเส้นทางที่ไม่ราบรื่นไปสู่อนาคตที่เหมาะสมกว่า พร้อมทำนายว่าจะมีการเดินทางไปยังภูเขาในเร็ว ๆ นี้ รวมถึงแนะนำให้คู่รักไปตรวจความดันโลหิต
หลังเสร็จสิ้นการดูดวง บิลล็อกยังแนะนำให้รับประทานชีสชิ้นนั้นต่อได้ แม้ผู้สื่อข่าวจะยอมรับว่าไม่ได้แบ่งชีสให้คู่รัก เพราะกังวลเรื่องสุขภาพและความดันโลหิต

หนึ่งเดือนหลังการทำนาย ผู้สื่อข่าวระบุว่า ตนเองได้วางแผนทริปท่องเที่ยวภูเขาถึงสองครั้ง ขณะที่คำทำนายด้านสุขภาพและการงานยังคงต้องรอพิสูจน์ต่อไป
บิลล็อกยืนยันว่า ราคาของชีสไม่ได้ส่งผลต่อความแม่นยำในการทำนาย ไม่ว่าจะเป็นชีสราคาถูกหรือชีสพรีเมียมบ่มในถ้ำ ก็สามารถใช้เป็น “สื่อกลางทางจิตวิญญาณ” ได้เช่นเดียวกัน
“ชีสเป็นเพียงตัวกลาง มันทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างตัวฉันกับคนที่ฉันกำลังอ่านดวง” เธอกล่าว
อย่างไรก็ตาม ชีสแต่ละชนิดก็ให้ “ข้อความ” ที่แตกต่างกัน โดยบลูชีสมักเต็มไปด้วยรายละเอียดและตีความได้หลายทาง ขณะที่เชดดาร์หรือชีสแผ่นสำเร็จรูปจะให้สารที่ตรงและชัดเจนกว่า
นอกจากชีสแล้ว บิลล็อกยังอ่านไพ่ทาโรต์ ไพ่ Oracle หินรูน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นครัวซองต์ เบียร์ ไวน์ สลัด หรือแม้แต่แกงกะหรี่
เธอยังกล่าวติดตลกว่า แม้แต่ผู้ป่วยที่ต้องรับอาหารผ่านสายให้อาหาร เธอก็สามารถ “อ่านดวงจากอาหารปั่น” ได้เช่นกัน

บิลล็อกมองว่า การดูดวงผ่านอาหารเป็นศาสตร์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพราะอาหารมีความเชื่อมโยงทั้งทางร่างกาย จิตใจ ความทรงจำ และวัฒนธรรม
แม้จะมีผู้ตั้งข้อสงสัยอยู่ไม่น้อย แต่เธอกล่าวว่า อย่างน้อยที่สุด ผู้ที่ลองเปิดใจกับศาสตร์นี้ก็จะได้ทั้งประสบการณ์ใหม่และได้กินชีสอร่อย ๆ ไปพร้อมกัน
ปัจจุบัน บิลล็อกกำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับศาสตร์ Tyromancy แต่แม้จะรับดูดวงให้ผู้อื่น เธอกลับไม่เคยอ่านดวงของตัวเองจากชีสเลย
“ฉันแค่อยากกินชีสอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องกังวลว่ามันกำลังจะบอกอะไรกับฉัน” เธอกล่าวพร้อมหัวเราะ
ขอบคุณภาพและที่มา จาก NYPOST