หญิงจีนปวดแขน มีก้อนขนาดเท่าไข่นกกระทา ผ่าตัดพบพยาธิสปาร์กานัม ยาวกว่า 10 ซม. 2 ตัว แพทย์เตือนพฤติกรรมในครัวเสี่ยงติดเชื้อ
โรงพยาบาลประชาชนเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน พบผู้ป่วยติดเชื้อพยาธิชนิดหายากรายหนึ่ง หลังหญิงแซ่หวังเข้ารับการรักษาด้วยอาการมีก้อนเนื้อบริเวณแขนขวาและมีอาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
โดยเมื่อแพทย์ผ่าตัดเปิดก้อนดังกล่าว กลับพบพยาธิสีขาวที่ยังมีชีวิตอยู่จำนวน 2 ตัว ความยาวมากกว่า 10 เซนติเมตร ก่อนผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจะยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อพยาธิสปาร์กานัม (Spirometra larva หรือ 裂頭蚴)
ตามรายงานของสื่อจีน Beijing Evening News ระบุว่า หญิงรายดังกล่าวเล่าว่า ก้อนบริเวณแขนของเธอเริ่มปรากฏขึ้นตั้งแต่ประมาณ 1 ปีก่อน ในระยะแรกก้อนมีขนาดเล็กและไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติ จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก้อนกลับโตขึ้นเรื่อย ๆ จนมีขนาดใกล้เคียงไข่นกกระทา และเริ่มมีอาการปวดชัดเจน จึงตัดสินใจไปพบแพทย์

โรงพยาบาลประชาชนเซินเจิ้น
แพทย์พบสาเหตุจากการปนเปื้อนในครัว
หลังสอบถามประวัติอย่างละเอียด แพทย์พบว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมซื้อกบมาประกอบอาหารด้วยตนเองเป็นประจำ ซึ่งมักทำเมนูยำหรืออาหารเย็นแบบไม่ผ่านความร้อน และยังมีนิสัยชอบทำอาหารเย็นจากกบอีกด้วย
ทีมแพทย์สันนิษฐานว่า ระหว่างการชำแหละกบ เขียง และมีดอาจปนเปื้อนถุงตัวอ่อนพยาธิ จากนั้นอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ได้รับการล้างหรือฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง ก่อนนำไปใช้เตรียมผักหรืออาหารที่รับประทานสด ทำให้ตัวอ่อนพยาธิเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร
พยาธิชนิดนี้ไม่โตเป็นตัวเต็มวัย แต่สามารถเคลื่อนที่ในร่างกายได้
แพทย์อธิบายว่า พยาธิสปาร์กานัมเป็นระยะตัวอ่อนของพยาธิตัวตืดแมนสัน (Spirometra mansoni) โดยกบ งู และสัตว์ป่าบางชนิดเป็นแหล่งอาศัยตัวกลางที่สำคัญ ซึ่งมนุษย์สามารถติดเชื้อได้จากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน หรือเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุกเพียงพอ
ความน่ากังวลของพยาธิชนิดนี้คือ เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์แล้ว มันจะไม่พัฒนาเป็นพยาธิตัวเต็มวัย แต่จะเคลื่อนที่ไปตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย สามารถบุกรุกได้ทั้ง
- เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
- กล้ามเนื้อ
- ดวงตา
- สมอง
- อวัยวะภายใน

โรงพยาบาลประชาชนเซินเจิ้น
อาการที่พบบ่อยคือ มีก้อนใต้ผิวหนังที่สามารถเคลื่อนตำแหน่งได้เป็นระยะ ร่วมกับอาการบวม แดง และปวด แพทย์แนะนำว่า หากพบก้อนใต้ผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุ ก้อนมีการเปลี่ยนตำแหน่ง หรือเป็นซ้ำเรื้อรังไม่หาย รวมถึงมีอาการผิดปกติทางตา เช่น รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา ตาบวม หรือมีอาการทางระบบประสาท ควรรีบเข้ารับการตรวจโดยเร็ว
โดยเฉพาะผู้ที่เคยสัมผัสกบ งู หรือรับประทานสัตว์ดังกล่าวที่ปรุงไม่สุก ควรแจ้งประวัติการสัมผัสและการรับประทานอาหารต่อแพทย์ เพื่อช่วยให้วินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง
เตือนช่วงหน้าร้อน ระวังการปนเปื้อนข้ามในครัว
แพทย์ยังเตือนว่า ในช่วงฤดูร้อนซึ่งมีการบริโภคอาหารประเภทสลัดและยำเพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้ามในครัวก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ข้อแนะนำในการป้องกันเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อพยาธิและโรคที่เกิดจากการปนเปื้อนในอาหา ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกบและงูป่าโดยตรง
- หากจำเป็นต้องจัดการสัตว์เหล่านี้ ควรสวมถุงมือ
- แยกมีดและเขียงสำหรับอาหารดิบและอาหารสุก
- ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่ใช้ชำแหละสัตว์ป่าด้วยน้ำเดือด
- ล้างวัตถุดิบให้สะอาดก่อนนำมาประกอบอาหาร
- ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน