ตาขวากระตุก ไม่หายเป็นเหตุ ชายจีนกลัวเป็นลางร้าย จึงตบเปลือกตาซ้ำ 3 วัน หวังปัดเป่าโชคร้าย จนจอประสาทตาหลุดลอก เกือบสูญเสียการมองเห็นถาวร
วันที่ 4 ก.ค. 69 สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ชายชาวเมืองอู่ฮั่น จีน ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน หลังเกิดภาวะจอประสาทตาหลุดลอก จากการตบเปลือกตาขวาซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เพราะความเชื่อโบราณที่ว่า “ตาซ้ายกระตุกจะได้ลาภ ตาขวากระตุกจะเกิดเคราะห์ร้าย”
โดยเมื่ออาการตาขวากระตุกไม่หาย แม้จะพักสายตาและประคบอุ่น เขากลับค้นหาวิธีรักษาทางอินเทอร์เน็ต และพบคำแนะนำที่อ้างว่าการตบเปลือกตาจะช่วย “ปัดเป่าโชคร้าย” ได้ จึงทำตามติดต่อกันถึง 3 วัน
แม้อาการตากระตุกจะหยุดลง แต่ชายรายดังกล่าว กลับเริ่มมีปัญหาการมองเห็นอย่างรุนแรง เขามองเห็นได้เฉพาะด้านหน้าตรง มองด้านข้างไม่เห็นอะไรเลย

ภาพประกอบ
เมื่อเข้ารับการตรวจ แพทย์วินิจฉัยว่าจอประสาทตาหลุดลอก และสามารถรักษาจนการมองเห็นกลับมาได้หลังการผ่าตัด
โดยแพทย์อธิบายว่า จอประสาทตามีความหนาเฉลี่ยไม่ถึง 0.3 มิลลิเมตร การตบหรือกระแทกดวงตาอย่างรุนแรงอาจทำให้แรงสะเทือนส่งผ่านไปยังลูกตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาดและหลุดลอกของจอประสาทตา
กรณีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นพูดถึงบนโลกออนไลน์ของจีน หลายคนมองว่าเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการหลงเชื่อความเชื่อโชคลาง
โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า “สุดท้ายตาขวากระตุกก็นำเคราะห์ร้ายมาจริง เพราะการกระทำของตัวเอง”
ขณะที่อีกหลายคนย้ำว่า อาการตากระตุกเป็นสัญญาณจากร่างกาย ไม่ใช่คำทำนายโชคชะตา และควรเชื่อหลักการแพทย์มากกว่าความเชื่อดั้งเดิม
แพทย์ระบุว่า อาการเปลือกตากระตุกในระยะสั้นมักเกิดจากการใช้สายตามากเกินไป การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความเครียด ซึ่งโดยทั่วไปจะดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อน แต่หากอาการเป็นต่อเนื่องเกิน 1 สัปดาห์ ลุกลามไปยังแก้มหรือมุมปาก ควรรีบพบแพทย์ทันที
- สู้คดีมา 6 ปี สาวจีนร่ำไห้ ผ่าตัดตาสองชั้นพลาด หลับตาไม่ได้ น้ำตาไหลตลอดเวลา
- ชายจีนวัย 30 ปีเห็นเงาดำในตา สายตาแย่ลง คิดว่าเป็นอาการจุดลอย พบเชื้อ HIV
ขอบคุณที่มา scmp
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์