ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ สามีภรรยามหาเศรษฐีสหรัฐฯ ทุ่มเงิน 8.4 ล้านต่อปี จ้างทีมพี่เลี้ยง ดูแลลูกครบวงจร พร้อมผู้ช่วยเชฟเด็ก เปิดเทรนด์ใหม่ พ่อแม่คุณภาพ เผยมีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้น

วันที่ 20 ก.ค. 69 ไวรัลเทรนด์การเลี้ยงลูกของ ครอบครัวมหาเศรษฐีในสหรัฐฯ หลังคู่สามีภรรยาฐานะดีในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ทุ่มงบประมาณสูงถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 8.4 ล้านบาทต่อปี เพื่อจ้างทีมงานดูแลบ้านและลูกแบบครบวงจร

ทั้งผู้ช่วยครอบครัวประจำบ้าน พ่อครัวส่วนตัว และแม่บ้าน เพื่อแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คน

คริสติน แลนดิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Peacock Parent เผยว่า การมีทีมงานช่วยจัดการงานประจำวัน ทำให้เธอมีเวลาคุณภาพกับลูกมากขึ้น

โดยระบุว่า “ทุกชั่วโมงที่ไม่ต้องจมอยู่กับงานดูแลต่าง ๆ คือ เวลาที่ฉันสามารถอยู่กับลูกได้อย่างเต็มที่” ปัจจุบัน บริษัทของเธอยังนำเทคโนโลยี AI มาช่วยให้ครอบครัวบริหารสมดุลระหว่างงานและชีวิตได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

นอกจากพี่เลี้ยงเด็กแล้ว ครอบครัวผู้มีฐานะยังนิยมจ้าง “Family Assistant” หรือผู้ช่วยครอบครัว ที่รับผิดชอบตั้งแต่พาลูกอาบน้ำ อ่านนิทานก่อนนอน จัดการธุระภายในบ้าน ไปจนถึงดูแลกิจวัตรประจำวันของเด็ก

ขณะเดียวกัน ธุรกิจบริการระดับลักชัวรียังขยายตัวไปสู่บริการเฉพาะทาง เช่น เชฟทำอาหารสำหรับเด็กทารก ผู้เชี่ยวชาญฝึกเข้าห้องน้ำ ครูสอนปั่นจักรยาน และผู้ช่วยจัดกระเป๋าไปค่ายฤดูร้อน ซึ่งมีค่าบริการตั้งแต่หลายร้อยถึงหลายพันดอลลาร์ต่อครั้ง

ด้าน เซธ นอร์แมน กรีนเบิร์ก จากบริษัทจัดหาบุคลากร Pavillion Agency ระบุว่า ความต้องการจ้างบุคลากรดูแลครอบครัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับจำนวนเศรษฐีและมหาเศรษฐีที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ

ขณะที่ เอ็มมา เกรด ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Skims และ Good American ซึ่งมีลูก 4 คน ยืนยันว่า การจ้างผู้ช่วยไม่ได้หมายถึงการละทิ้งหน้าที่พ่อแม่ แต่เป็นการเลือกใช้เวลาไปกับช่วงเวลาที่มีคุณค่าที่สุดกับลูก

ขอบคุณที่มา newyork post

เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน