เดือด! ครูจีนกว่า 40 คน ถูกเรียกขึ้นเวทีประจาน เหตุนักเรียนทำคะแนนสอบต่ำ มีคำว่า “ความอัปยศ” ปรากฏบนจอ ก่อนภาพเหตุการณ์กลายเป็นไวรัล ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ
กลายเป็นประเด็นร้อนที่จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในจีน เมื่อครูระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นกว่า 40 คน ถูกเรียกขึ้นไปยืนถ่ายภาพบนเวที หลังนักเรียนของพวกเขาทำคะแนนสอบได้ต่ำ โดยด้านหลังกลับมีจอขนาดใหญ่แสดงคะแนน พร้อมตัวอักษรจีนที่มีความหมายว่า “ความอัปยศ” ปรากฏเด่นอยู่กลางจอ
เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการประชุมภายในของสำนักงานการศึกษาอำเภอเหล่ยป๋อ มณฑลเสฉวน เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยในช่วงการมอบรางวัลและลงโทษ ครูระดับประถมศึกษามากกว่า 20 คน ถูกสั่งให้ขึ้นเวทีถ่ายภาพหมู่ ขณะที่จอด้านหลังแสดงค่ามัธยฐานคะแนนสอบล่าสุดของนักเรียน ซึ่งอยู่ต่ำกว่า 30 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน

การประชุมด้านการศึกษาในอำเภอเหล่ยป๋อ มณฑลเสฉวน ถูกวิจารณ์หนัก หลังมีการประจานครูจากผลคะแนนนักเรียนที่ต่ำ – ภาพจาก sohu
ที่สร้างเสียงวิจารณ์หนักยิ่งขึ้นคือ บริเวณกลางจอปรากฏอักษรจีนขนาดใหญ่ 2 ตัว มีความหมายว่า “ความอัปยศ” หรือ “ความอับอาย” อยู่ด้านหลังกลุ่มครู ก่อนที่ครูระดับมัธยมศึกษาตอนต้นอีกกว่า 20 คน ซึ่งนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 15 คะแนนจากเต็ม 100 จะถูกเรียกขึ้นเวทีถ่ายภาพในลักษณะเดียวกัน
หลังภาพจากการประชุมถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ เหตุการณ์ที่ถูกมองว่าเป็นการ “ประจานครู” ก็กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรายใหญ่แห่งหนึ่งเพียงแห่งเดียว มียอดเข้าชมมากกว่า 100 ล้านครั้ง พร้อมเสียงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของวิธีดังกล่าว

นักเรียนเข้าสอบ “เกาเข่า” ที่สนามสอบในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ซึ่งการสอบครั้งสำคัญมีอิทธิพลอย่างมากต่ออนาคตทางการศึกษาของนักเรียน – ภาพประกอบจาก : Xinhua/Chen Sihan
ชาวเน็ตรายหนึ่งวิจารณ์ว่า “นี่มันไร้สาระสิ้นดี! พวกเขาเคยให้ความเคารพครูบ้างไหม?” ขณะที่อีกรายตั้งคำถามถึงขั้นว่า ผู้บริหารสำนักงานการศึกษากำลังปฏิบัติต่อครูเหมือนเป็น “ทาส” หรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องลาออก
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังตัวเลขคะแนนที่ต่ำยังมีบริบทของพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากอำเภอเหล่ยป๋อเป็นพื้นที่ห่างไกลและยากจนของมณฑลเสฉวน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวอี๋ ขณะที่เด็กจำนวนไม่น้อยต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่ เนื่องจากผู้ปกครองเดินทางไปทำงานในเมืองใหญ่เพื่อหารายได้และโอกาสที่ดีกว่า
ครูระดับมัธยมศึกษาตอนต้นรายหนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ แสดงความเห็นใจต่อครูในพื้นที่ โดยชี้ว่า เมื่อผู้ปกครองไม่อยู่บ้าน เด็กอาจขาดคนคอยกำกับดูแลเรื่องการเรียน ขณะที่ครูเองก็มีข้อจำกัดในการควบคุมพฤติกรรมของนักเรียน ทำให้การผลักดันผลการเรียนในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเช่นนี้เป็นเรื่องยาก พร้อมมองว่าการโยนความรับผิดชอบทั้งหมดไปยังครูอาจไม่สะท้อนต้นเหตุของปัญหา
ด้านสื่อจีนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานท้องถิ่น โดยตั้งคำถามว่าแทนที่จะตรวจสอบปัจจัยที่ทำให้นักเรียนมีผลการเรียนต่ำ เหตุใดจึงเลือกใช้วิธีทำให้ครูรู้สึกอับอาย ซึ่งถูกมองว่าเป็นแนวทางบริหารที่แข็งกร้าว ไม่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้บุคลากร และอาจยิ่งทำให้พื้นที่ประสบปัญหาในการรักษาครูให้อยู่ทำงานต่อไป

จีนเปิดแผนเดินหน้าสู่การเป็น “ประเทศมหาอำนาจด้านการศึกษา” ภายในปี 2035 – ภาพประกอบจาก reuters
ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคม รัฐบาลอำเภอเหล่ยป๋อออกแถลงการณ์ขอโทษเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมเป็นการกระทำที่ “ไม่ให้ความเคารพต่อครู” และสร้างผลกระทบทางจิตใจต่อผู้เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่ารู้สึกผิดและกำลังทบทวนความผิดพลาด
ขณะที่การสอบสวนยังดำเนินอยู่ ทั้งนี้ แม้จีนจะกำหนดมาตั้งแต่ปี 2020 ว่าโรงเรียนและหน่วยงานด้านการศึกษาไม่ควรยึดคะแนนนักเรียนเป็นเกณฑ์สำคัญเพียงอย่างเดียว แต่การแข่งขันด้านผลสอบยังคงมีอิทธิพล โดยโรงเรียนที่ทำผลงานได้ดีในการสอบสำคัญยังได้รับการยอมรับสูง และผู้บริหารก็มีโอกาสก้าวหน้าในระบบการศึกษามากขึ้น
ที่มา: scmp
อ่านข่าวเพิ่มเติม: สาวจีนถูกหัวหน้าลงโทษด้วยการสควอต 200 ครั้ง หลังทำงานไม่ถึงเป้า สุดท้ายเดินแทบไม่ได้ แพทย์วินิจฉัย “ภาวะกล้ามเนื้อสลาย” เรียกค่าเสียหายกว่า 7 หมื่นบาท
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์