ขอบคุณสิวช่วยชีวิต หญิงวัย 37 ตัดสินใจกินยาคุมรักษาสิว ก่อนตรวจพบมะเร็งหายาก ซ่อนในมดลูก แพทย์เผยฮอร์โมนมีส่วนเร่งเนื้องอกโต ตอนนี้โรคร้ายสงบแล้ว

วันที่ 30 ต.ค. 69 เรื่องราวอุทาหรณ์ของคลอเดีย เปเรรา หญิงวัย 37 ปี ที่เธอ ตัดสินใจกินยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาปัญหาสิว แต่กลับพบว่าตัวเองมีเลือดออกผิดปกติต่อเนื่องนานหลายเดือน ก่อนตรวจพบมะเร็งหายากซ่อนอยู่ในมดลูก

โดยเธอเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดเมื่ออายุ 37 ปีแต่หลังเริ่มใช้ยา เธอกลับมีเลือดออกทางช่องคลอดอย่างต่อเนื่อง แม้แพทย์ผู้สั่งยาจะอธิบายว่า ร่างกายอาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับยาเป็นเวลาหลายเดือน

แต่เมื่อผ่านไป 4-5 เดือนอาการก็ยังไม่ดีขึ้น กระทั่งผ่านไป 6 เดือน เธอเริ่มมีภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือด ก่อนที่อาการจะเปลี่ยนเป็นตกขาวข้นผิดปกติ จึงตัดสินใจไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

จากนั้นเธอถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเพิ่มเติม ทั้งอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอดและตรวจ MRI ก่อนพบก้อนเนื้อขนาด 7 เซนติเมตร แม้ในตอนแรกทีมแพทย์จะคาดว่าอาจเป็นเนื้องอกมดลูกชนิดไม่ร้ายแรง

คลอเดีย เปเรรา หญิงวัย 37 ปี

คลอเดีย เปเรรา หญิงวัย 37 ปี

แต่ผลตรวจชิ้นเนื้อกลับพบว่าเป็น มะเร็งเนื้องอกกล้ามเนื้อเรียบของมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดหายากที่เกิดขึ้นจากเซลล์กล้ามเนื้อเรียบในมดลูก

โดย ดร.จีนา ดามาโต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน อธิบายว่า มะเร็งชนิดนี้อาจมีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรน ทำให้ฮอร์โมนมีส่วนกระตุ้นการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ โดยผลตรวจของเปเรราพบว่าก้อนมะเร็งมีตัวรับฮอร์โมนดังกล่าว

แพทย์จึงตั้งข้อสังเกตว่า ฮอร์โมนจากยาคุมอาจมีส่วนทำให้ก้อนมะเร็งเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ มะเร็งกลุ่มซาร์โคมาพบได้เพียงประมาณ 1% ของมะเร็งทั้งหมด

หลังตรวจพบโรค เปเรราเข้ารับการผ่าตัดนำก้อนเนื้อออก และผลสแกนไม่พบสัญญาณว่ามะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น

ปัจจุบันเธอสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติและฉลองการปลอดมะเร็งครบ 1 ปี พร้อมฝากเตือนให้ทุกคนหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และอย่าละเลยอาการที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

ขอบคุณที่มา USA TODAY

เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน