เมื่อ 4 พ.ค. เว็บไซต์ บิสิเนส อินไซเดอร์ รายงานว่า นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา เตรียมปรับยุทธวิธีการส่งกำลังกองเรือบรรทุกเครื่องบินทั่วโลกใหม่ เพื่อรับมือกับการแข่งขันทางด้านแสนยานุภาพทางทหารระหว่างชาติมหาอำนาจ ได้แก่ รัสเซีย และจีน

เจมส์ แมตทิส / REUTERS/Yuri Gripas
ความเคลื่อนไหวดังกลาวมาพร้อมกับรายงานข่าวว่าการก่อสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินรบลำใหม่ ยูเอสเอส จอห์น เอฟ. เคนเนดี ชั้นฟอร์ด ลุล่วงด้านโครงสร้างไปแล้วร้อยละ 75 นับจากเริ่มต่อเรือที่ท่าเรือนิวพอร์ตนิวส์ ชิปบิลดิง ในเวอร์จิเนีย ตั้งแต่ปี 2548 และมีกำหนดส่งมอบในปี 2565
กระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน จะปรับเปลี่ยนระยะเวลาปฏิบัติการในทะเล ช่วงเวลาภารกิจ และเส้นทางการเดินเรือให้คาดเดาได้ยากแทนแผนส่งกำลังที่สหรัฐใช้ในปัจจุบันที่กลายเป็นตารางประจำปีซ้ำๆ กันทุกปี ทำให้กองทัพเรือสหรัฐเสี่ยงต่อการโดนวางแผนรับมือได้ง่าย หากกรณีเกิดสงครามกับรัสเซียและจีน

ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน, ยูเอสเอส ธีโอดอร์ รูสเวลต์ และนิมิตซ์ ในทะเลแปซิฟิกตะวันตก เมื่อปี 2560 (James Griffin/Navy)
นายแมตทิส อดีตพลเอกของกองทัพสหรัฐเปิดเผยความเป็นไปได้ต่อการปรับเปลี่ยนดังกล่าวในการเสนอความคิดเห็นต่อการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการด้านกองทัพของวุฒิสภาคองเกรส เมื่อเดือเม.ย. ว่าแผนการส่งกำลังและเดินเรือของกองทัพเรือสหรัฐปัจจุบันนั้นเทียบได้กับเป็นเรือสินค้า เพราะมีตารางที่แน่นอน และเส้นทางที่คงที่ เหมือนกันปีแล้วปีเล่า

ยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด
รมว.กลาโหมสหรัฐระบุว่า แผนการของกองทัพจะต้องสอดคล้องกับการรับมือการแข่งขันทางด้านแสนยานุภาพกับมหาอำนาจอื่นๆ ไม่ใช่แผนการส่งกำลังที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ทราบได้แน่นอนว่าในอีกตลอด 3 ปีข้างหน้า กองทัพเรือสหรัฐจะไปที่ไหน เมื่อไหร่ นานเพียงใด อย่างไรบ้าง แผนการส่งกำลังแบบนี้ไม่ใช่วิธีการบริหารจัดการกำลังทหาร
“ผมอยากให้เป็นแบบส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำ ไปยังทะเลจีนใต้ จากนั้นสองสัปดาห์ต่อมา เหลืออยู่ลำเดียว อีก 2 ลำไปโผล่อยู่ที่มหาสมุทรอินเดียแล้ว อะไรแบบนี้มากกว่า” แมตทิสเสนอ

การต่อเรือยูเอสเอส จอห์น เอฟ เคนเนดี Huntington Ingalls
นอกจากนี้ นายแมตทิส ยังระบุว่า จะปรับระยะเวลาภารกิจของกองเรือบรรทุกเครื่องบินให้น้อยลงอาจเหลือเพียง 90 วันต่อครั้ง แทนที่จะเป็นมาตรฐาน 8 เดือนเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลให้กองทัพเรือสหรัฐมีความสดใหม่ และพร้อมปฏิบัติการรบได้อย่างมีประสิทธิภาพหากได้รับคำสั่ง ทั้งยังมีเวลาเพิ่มไปใช้ฝึกฝนทักษะ และอยู่กับครอบครัวมากขึ้น

ความคืบหน้าการต่อเรือยูเอสเอส จอห์น เอฟ เคนเนดี
แผนการเปลี่ยนยุทธวิธีการปรับกำลังใหม่ของนายแมตทิส ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่พุ่งเป้าไปที่การทำสงครามเต็มรูปแบบกับรัสเซีย และจีน ซึ่งมหาอำนาจทางทหารสองชาตินี้ มียุทธวิธีการรับมือกับกองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐเป็นอย่างดี นายแม็ตทิสจึงต้องการเปลี่ยนเป็นการส่งกำลังที่คาดเดาไม่ได้ และสับกำลังอย่างรวดเร็วมากขึ้น เพื่อทำให้รัสเซีย และจีนนั้นต้องระวังตัวตลอดเวลา