6 พ.ค.เว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล์ รายงานเรื่องราวเด็กชายวัย 13 ถูกรถบรรทุกชนกะโหลกศีรษะแตกเป็น 7 ส่วนจนคิดว่าไม่รอดแล้ว หมอให้ทำใจว่าเด็กจะอยู่ในสภาพผัก หรือนอนนิ่งไม่ได้สติ แต่สุดท้ายเด็กฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ หลังพ่อแม่ตัดสินใจเซ็นใบบริจาคอวัยวะให้ผู้อื่น

เทรนตัน แม็คคินเลย์ วัย 13 ปี จากรัฐแอละแบมา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวช่องฟ็อกซ์ 10 ว่าในเดือนมี.ค.ปีนี้ ขณะออกไปเล่นกับเพื่อนๆ ก็ถูกรถพ่วงบรรทุกขนทรายชน ทำให้ศีรษะของเทรนตันกระแทกลงไปบนพื้นคอนกรีตอย่างแรง

Facebook

ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์อเมริกาอย่างฉุกเฉิน ซึ่งขณะนั้นอาการของเทรนตันวิกฤตมาก หมอบอกกับพ่อแม่ของเขาว่ากะโหลกศีรษะของเทรนตันแตกเป็น 7 ส่วน

Facebook

แม่ของเทรนตันกล่าวว่า “ฉันเห็นเขานอนอยู่บนเปลหามเท้าห้อยออกมา ตอนนั้นเขาเสียชีวิตมา 15 นาทีแล้ว แต่ตอนที่เขาฟื้นขึ้นมา ทีมแพทย์พูดว่าเขาเทรนตันไม่มีทางที่จะกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้งเพราะมีปัญหาร้ายแรงเรื่องการออกซิเดชันของออกซิเจนในสมอง ซึ่งน่าจะทำให้เทรนตันต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรา ในตอนนั้นสมองของเขาตายแล้วและสัญญาณชีพก็แทบไม่มี”

Facebook

วินาทีนั้นพ่อแม่ของเทรนตันรู้สึกใจสลาย และคิดว่าทำอย่างไรพวกเขาก็คงไม่สามารถชีวิตของลูกชายไว้ได้นาน จึงตัดสินใจที่จะบริจาคอวัยวะของเทรนตันเพื่อช่วยชีวิตเด็กคนอื่น

“มีเด็กๆอีก 5 คนที่กำลังรอการบริจาคอวัยวะจากเทรนตัน ตอนนั้นถ้ายิ่งยื้อก็จะยิ่งไปทำลายอวัยวะของเขา” แม่ของเทรนตัน กล่าว

Facebook

หนึ่งวันก่อนที่แพทย์จะถอดเครื่องช่วยหายใจให้หนุ่มน้อย จู่ๆ สัญญาณการทำงานของสมองของเทรนตันก็ดีขึ้น แม่ของเขาโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กว่า

“เทรนตันเริ่มที่จะหายใจได้ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็ฟื้น และพูดเป็นประโยค”

การรักษาตัวจากอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เด็กชายน้ำหนักลดลงกว่า 22 ก.ก. และต้องรับการผ่าตัดสมองทั้งหมด 3 ครั้ง จนแพทย์อนุญาตให้เขากลับมารักษาตัวที่บ้านได้ในที่สุด แต่ก็ยังต้องกลับมาตรวจเช็คอาการที่โรงพยาบาลอยู่เป็นระยะ

Facebook

Fox10

.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน